Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5318/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจ้างให้บุคคลที่ไม่รู้มาก่อนว่าที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ให้นำรถไถไปไถที่ดินบริเวณดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด เพราะผู้ถูกใช้ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด แต่เป็นการใช้บุคคลเหล่านั้นเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ถือว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเองโดยอ้อม จำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2540 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้าง แผ้วถาง พื้นที่ดินซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 26 ไร่ โดยใช้รถไถ 3 คัน ไถปรับที่ดินดังกล่าวอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสามไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมิได้อยู่ในเงื่อนไขที่จะกระทำการได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า นายยืน ชีวัฒน์ เป็นเจ้าของรถไถนา 2 คัน มีนายทวี อยู่แย้ม และนายชลอ ขจร เป็นลูกจ้างเป็นคนขับ นายสวรรค์ ชื่อสุวรรณ์ เป็นเจ้าของรถไถนา 1 คัน มีนายประสิทธิ์ สีขาว เป็นลูกจ้าง เป็นคนขับ ตามวันเวลาที่ระบุในฟ้องนายยืนและนายสวรรค์ใช้ให้นายทวี นายชลอ และนายประสิทธิ์นำรถไถนาทั้งสามคันไปไถที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เสาปูนและเสาไม้ที่ปักไว้ล้มลงอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าเป็นอาณาบริเวณ 26 ไร่ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่...พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้ว่าจ้างให้นายยืนและนายสวรรค์นำรถไถไปไถที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุและเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของนายทวี

นายชลอ นายประสิทธิ์ ที่ขับรถไถไถที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นว่าทั้งนายยืนและนายสวรรค์รวมทั้งนายทวี นายชลอและนายประสิทธิ์ ต่างไม่รู้มาก่อนว่าที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การที่จำเลยทั้งสามใช้จ้างวานให้บุคคลดังกล่าวนำรถไถไปไถที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุนั้น จึงไม่ใช่เป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด เพราะบุคคลเหล่านั้นซึ่งเป็นผู้ถูกใช้ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด แต่เป็นการที่จำเลยทั้งสามใช้บุคคลเหล่านั้นเป็นเครื่องมือของจำเลยทั้งสามในการกระทำความผิด ถือว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้กระทำความผิดเองโดยอ้อม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · นันทชัย เพียรสนอง · พีรพล พิชยวัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13908/2558

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ก่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฆ่า ส. ผู้เสียหายและ อ. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเนื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2546

การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายความว่า ก่อนทำการฆ่าผู้กระทำผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุราหรือบันดาลโทสะ การไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544

คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3309/2541

คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้จำเลยที่ 1 ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจให้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ไปเรียกเก็บเงินจากบรรดาคนขับรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่านไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2537

หัวข้อข่าวที่ว่า แอมบาสเดอร์เบี้ยวค่าเฟอร์นิเจอร์เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้าน หมายถึงแอมบาสเดอร์ไม่จ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ซื่อตรงหรือโกง เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้านบาท และหัวข้อข่าวด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้