เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๑๒๐๐ บาท ในขณะที่ทำสัญญานั้นจำเลยทั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดธนบุรี ครั้นปลาย พ.ศ. ๒๔๗๐ จำเลยทั้งสองได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่จังหวัดประจวบคิรีขันข์และทำมาหากินอยู่ที่นั่น ส่วนในกรุงเทพฯจำเลยไม่มีภูมิลำเนาหรือทรัพย์สมบัติแล้วดังนี้ ศาลแพ่งเห็นว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยเป็นคนล้มละลายไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ. ๑๓๐ นั้นใช้ฉะเพาะกรุงเทพฯจึงพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์ ศาลอุทธรณ์
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นคนล้มละลาย ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลแพ่งว่า แม้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ. ๑๒๗ ม. ๑๑ จะให้อำนาจศาลแพ่งพิจารณาความได้ทั่วพระราชอาณาเขตต์ก็ดี แต่สำหรับคดีล้มละลายจำกัดใช้เพียงในเขตต์มณฑลกรุงเทพฯ