Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5320/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้คดีก่อนจำเลยที่ 2 ได้ฟ้องโจทก์คดีนี้ว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2กับพวกร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ไป ขอให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันชดใช้ราคาทรัพย์ดังกล่าว แต่เหตุที่จำเลยที่ 2 อ้างในคดีก่อนว่าโจทก์เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คือโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 กับพวกลักทรัพย์ของโจทก์ไป โดยจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดซึ่งโจทก์ก็ให้การในคดีดังกล่าวว่า โจทก์มีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 2 เพราะจำเลยที่ 2ลักทรัพย์ของโจทก์ไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในคดีก่อนกับคดีนี้จึงเป็นปัญหาเดียวกันว่า จำเลยที่ 2 ลักทรัพย์ของโจทก์ไปหรือไม่และเมื่อโจทก์จำเลยในคดีทั้งสองเป็นคู่ความเดียวกัน จำเลยที่ 2จึงเถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 145 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 145 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างโจทก์ เมื่อระหว่างวันที่ 11 มีนาคม 2534 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2534 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองเข้าเวรที่คลังน้ำมันบางจาก จำเลยที่ 2ได้ร่วมกับนายวิรัตน์ นายทองใบ และนายมานพลักเอาน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษ 30,294 ลิตร ของโจทก์ไปโดยทุจริต โดยบรรจุน้ำมันใส่รถบรรทุก ให้นายวิรัตน์กับพวกขับรถบรรทุกดังกล่าวออกจากคลังน้ำมันบางจาก และได้ปรับเปลี่ยนเลขมิเตอร์น้ำมันให้ตรงกับจำนวนน้ำมันที่ลักไป โดยจำเลยที่ 1 ขณะนั้นทำหน้าที่ตรวจสอบน้ำมัน และใบผ่านจากรถบรรทุก ได้สมคบกับจำเลยที่ 2 ปล่อยให้รถบรรทุกนั้นผ่านออกไปโดยละเว้นไม่ตรวจสอบเอกสารใด ๆ โจทก์ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยจำเลยทั้งสอง

เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริงจึงมีคำสั่งไล่จำเลยทั้งสองออกจากงานฐานทุจริตต่อหน้าที่ ต่อมาจำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางเรื่อง เลิกจ้างไม่เป็นธรรมศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ลักทรัพย์จริงโจทก์มีอำนาจเลิกจ้างได้ตามคดีหมายเลขแดงที่ 5881/2535 ของศาลแรงงานกลางต่อมาโจทก์แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสองและนายวิรัตน์กับพวก พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องและให้ออกหมายจับแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 379,251.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า

จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับนายวิรัตน์นายทองใบ นายมานพ ลักเอาน้ำมัน 30,294 ลิตร ไป และไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ปล่อยให้รถบรรทุกน้ำมันโจทก์ผ่านออกไปโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร จำเลยที่ 2 จึงไม่มีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องให้แก่โจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องมาเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 312,785.55 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2534 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จเฉพาะดอกเบี้ยก่อนวันที่ 20 มกราคม 2537 คำนวณไม่เกินจำนวนเงิน66,466 บาทจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่าคำวินิจฉัยในคดีหมายเลขแดงที่ 5881/2535 ของศาลแรงงานกลางมิได้มีประเด็นข้อพิพาทโดยตรงว่าโจทก์ลักทรัพย์จำเลยหรือไม่การวินิจฉัยในคดีดังกล่าวจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่ให้จำเลยที่ 2 ถามค้านพยานโจทก์และนำสืบพยานในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลาง และให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่นั้น ได้ความว่าศาลแรงงานกลางชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้(1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่(2) จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ไปหรือไม่(3) ค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใดในการชี้สองสถาน

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ได้เคยเป็นโจทก์คดีก่อนฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 5881/2535 ของศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2535 ศาลมีคำพิพากษาและวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทข้อแรกว่า จำเลยที่ 2 คดีนี้ร่วมกับพวกลักทรัพย์ไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ดังนั้นโจทก์และจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องนำสืบถึงการกระทำของจำเลยที่ 2 อีก และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในคำพิพากษาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ร่วมกับพวกลักทรัพย์ของโจทก์ไป แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ เห็นว่า แม้ในคดีก่อนจำเลยที่ 2 ได้ฟ้องโจทก์คดีนี้ว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและเงินอื่น ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันลักน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษของโจทก์ไป 30,294 ลิตร ราคา312,785.55 บาท ขอให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยก็ตาม แต่เหตุที่จำเลยที่ 2 อ้างในคดีก่อนว่าโจทก์เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คือโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 กับพวกลักน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษของโจทก์ไป 30,294 ลิตร ราคา 312,785.55บาท โดยจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดซึ่งโจทก์ก็ให้การในคดีดังกล่าวว่าโจทก์มีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 2 เพราะจำเลยที่ 2 ลักน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษของโจทก์ไป 30,294 ลิตร ราคา 312,785.55 บาท ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในคดีก่อนกับคดีนี้จึงเป็นปัญหาเดียวกันว่า

จำเลยที่2 ลักน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษของโจทก์ไป 30,294 ลิตร ราคา 312,785.55บาท หรือไม่ และแม้คดีก่อนจำเลยที่ 2 จะเป็นฝ่ายโจทก์ ส่วนคดีนี้โจทก์จะเป็นฝ่ายฟ้องจำเลยที่ 2 แต่โจทก์จำเลยในคดีทั้งสองก็เป็นคู่ความเดียวกัน จำเลยที่ 2 จึงเถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 จึงต้องฟังว่าจำเลยที่ 2 ลักน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษของโจทก์ไป 30,294 ลิตร ราคา 312,785.55 บาท จำเลยที่ 2ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่ให้จำเลยที่ 2 ถามค้านพยานโจทก์และนำสืบพยานในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพงษ์ สนธิเณร · ชลิต ประไพศาล · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15456/2558

กรณีได้ความว่าในคดีเดิมที่ อ. เป็นโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ที่ 2 กับพวก รวม 6 คน ฟ้องโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานเป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องจำเลยที่ 1 คดีนี้ ในฐานะประธานกรรมการของโจทก์ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6270/2557

เดิมโจทก์ฟ้องเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 6323/2548 ของศาลแรงงานกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ให้โจทก์คืนเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายให้แก่ลูกจ้าง (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) ศาลแรงงานกล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267179)

แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุดแต่ศาลแรงงานกลางก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าโจทก์มิได้กระทำความผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่ตามข้อกล่าวหาที่จำเลยอ้างเป็นเหตุแห่งการออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้