Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 532884)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ทั้งห้าลงชื่อรับเงินสิทธิประโยชน์ที่มีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้างแรงงานและกฎหมายคุ้มครองแรงงานในหนังสือยกเลิกสัญญาจ้างที่จำเลยทำขึ้นโดยไม่มีข้อความใดว่าโจทก์ทั้งห้าขอลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งห้าลาออกด้วยความสมัครใจ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 จำเลยต้องรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงาน แต่เมื่อระหว่างเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าไม่ได้ทำงานให้จำเลย จึงนำเอาระยะเวลาดังกล่าวรวมเข้าเป็นอายุงานด้วยไม่ได้ คงนับอายุงานใหม่ต่อจากอายุงานเดิมที่คำนวณถึงวันก่อนวันเลิกจ้างเท่านั้น โจทก์ทั้งห้าบรรยายฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่ชอบ เป็นการตั้งประเด็นโดยตรงว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงาน จึงเป็นการขอให้ชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 เมื่อการเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งห้าจึงเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างที่ถูกเลิกจ้างได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งห้าสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และเรียกจำเลยทุกสำนวนว่า จำเลย โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างของจำเลย และบังคับให้จำเลยรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ อัตราค่าจ้าง สวัสดิการเดิม นับอายุงานต่อเนื่องจนกว่าจำเลยจะให้โจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2550 จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงาน จำเลยทั้งห้าสำนวนขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งห้าเป็นลูกจ้างของจำเลยและได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามฟ้องของโจทก์ทั้งห้า โจทก์ทั้งห้าเป็นกรรมการลูกจ้างของจำเลย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 โจทก์ทั้งห้าได้ลงชื่อในช่องผู้รับเงินในเอกสาร เมื่อพิจารณาเอกสารปรากฏว่า จำเลยได้ยกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ทั้งห้า จำเลยได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้าง ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยมีบันทึกท้ายหนังสือดังกล่าวว่าได้แจ้งโจทก์ทั้งห้าแล้ว แม้มีเพียงโจทก์ที่ 5 ลงชื่อรับทราบ ส่วนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ไม่ประสงค์จะลงนามต่อหน้าพยาน แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์ทั้งห้าได้ลงชื่อในช่องผู้รับเงิน

แม้ในหนังสือจะระบุว่าเป็นหนังสือยกเลิกสัญญาจ้าง ย่อมฟังได้ว่าฝ่ายจำเลยเสนอยกเลิกสัญญาจ้างโดยยินยอมจ่ายเงินตามที่เสนอและโจทก์ทั้งห้าตกลงรับเงินตามที่จำเลยเสนอ จึงพออนุโลมถือว่าทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยตกลงให้สัญญาจ้างสิ้นสุดโดยโจทก์ทั้งห้ายินยอมรับเงินตามที่จำเลยเสนอ กรณีจึงไม่ใช่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้าง โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง ไม่อยู่ในบังคับมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ไม่จำต้องขออนุญาตจากศาลแรงงาน มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งห้าว่า การที่โจทก์ทั้งห้าลงชื่อรับเงินไปจากจำเลยตามเอกสาร เป็นการตกลงยินยอมให้สัญญาจ้างระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่อยู่ในบังคับมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ.2518 หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า โจทก์ทั้งห้าเป็นกรรมการลูกจ้างของจำเลย ฉะนั้น จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน การที่จำเลยทำหนังสือยกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ทั้งห้าตามเอกสารโดยยินยอมให้สิทธิประโยชน์ซึ่งโจทก์ทั้งห้ามีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้างแรงงานและกฎหมายคุ้มครองแรงงานนั้น เป็นการยกเลิกสัญญาจ้างเพียงฝ่ายเดียว และการที่โจทก์ทั้งห้าลงชื่อรับเงินสิทธิประโยชน์ในเอกสาร โดยไม่ปรากฏข้อความใด ๆ ว่าโจทก์ทั้งห้าขอลาออกจากการเป็นลูกจ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งห้ายินยอมลาออกด้วยความสมัครใจ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

การที่โจทก์ทั้งห้าลงชื่อในช่องผู้รับเงินในเอกสาร พออนุโลมว่าทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยตกลงว่าให้สัญญาจ้างสิ้นสุดลงนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งห้าฟังขึ้น จำเลยต้องรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงานต่อไป แต่เมื่อระหว่างเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าไม่ได้ทำงานให้จำเลย จึงนำเอาระยะเวลาดังกล่าวรวมเข้าเป็นอายุงานด้วยไม่ได้ คงนับอายุงานใหม่ต่อจากอายุงานเดิมที่คำนวณถึงวันก่อนวันเลิกจ้างเท่านั้น ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งห้าต่อไปว่า จำเลยต้องรับผิดจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างนับตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงานหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งห้าบรรยายฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องมาจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อันเป็นการตั้งประเด็นโดยตรงว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาจ้างแรงงาน จึงเป็นการขอให้ชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 เมื่อจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งห้าจึงเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจากจำเลยได้ แต่การกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้เพียงใดเป็นดุลพินิจอันเป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่สามารถกำหนดเองได้ จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยรับโจทก์ทั้งห้ากลับเข้าทำงานต่อไปในตำแหน่งหน้าที่ อัตราค่าจ้าง และสวัสดิการไม่ต่ำกว่าเดิม กับให้นับอายุงานใหม่ของโจทก์ทั้งห้าติดต่อกับอายุงานที่คำนวณถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ซึ่งเป็นวันก่อนวันเลิกจ้าง และให้ศาลแรงงานกลางพิจารณากำหนดจำนวนค่าเสียหายในช่วงระยะเวลาเลิกจ้าง แล้วพิพากษาประเด็นนี้ใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร343-346/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
สป1298/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
สป242/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้