Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5339/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์จดทะเบียนขายที่ดินให้จำเลยเพื่อให้จำเลยนำที่ดินไปประกันเงินกู้ของนางสาว ป. โดยมิได้ตกลงซื้อขายกันจริงหนังสือสัญญาขายที่ดินจึงเกิดขึ้นโดยเจตนาลวง เป็นโมฆะ จำเลยไม่มีอำนาจนำที่ดินไปจำนองต่อธนาคาร แต่ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนโจทก์โดยปลอดภาระหนี้สิน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ซึ่งการบังคับโดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้กระทบถึงสิทธิของผู้รับจำนองซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ดังนั้นในกรณีนี้หากจำเลยไม่ดำเนินการไถ่ถอนจำนองก่อน ก็ให้โจทก์ดำเนินการแทนโดยให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4275 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2520 โจทก์ทำนิติกรรมขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลย ด้วยเจตนาลวงโดยสมรู้กันว่าไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันจริงเพราะไม่มีการชำระราคาที่ดินเลย เนื่องจากโจทก์เป็นหนี้ธนาคารจำนวนมาก และที่ดินโฉนดเลขที่ 4275 มีราคาต่ำธนาคารไม่มีความเชื่อถือที่จะให้โจทก์ใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินได้อีกโจทก์จึงต้องแสดงเจตนาลวงด้วย สมรู้กันโอนขายให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์แล้วให้จำเลยนำไปจำนองเป็นประกันเงินกู้ที่นางสาวประหยัด สุจรรยาเป็นผู้กู้จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากบินทร์บุรี แทนโจทก์ต่อมาเมื่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากบินทร์บุรี ฟ้องนางสาวประหยัดเพื่อบังคับชำระหนี้ที่กู้แทนโจทก์

โจทก์ได้มอบเงินให้จำเลยชำระหนี้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากบินทร์บุรีครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียกให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ ต่อมาโจทก์ทราบว่า จำเลยจะขายที่ดินของโจทก์และนำที่ดินไปจำนองเป็นประกันเงินกู้ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขากบินทร์บุรี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และปฏิเสธไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4275 คืนโจทก์โดยปลอดภาระหนี้สิน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริตเป็นเงิน80,000 บาท ได้ชำระราคาและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้กระทำด้วยเจตนาลวงแต่ประการใด ที่ดินพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยกับนางสาวประหยัด สุจรรยาเคยพึ่งพาอาศัยกัน จำเลยจึงค้ำประกันเงินกู้ให้เมื่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากบินทร์บุรี ยื่นฟ้องนางสาวประหยัดและจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ จำเลยก็ได้ชำระหนี้แทนนางสาวประหยัดและนางสาวประหยัดได้ชดใช้เงินดังกล่าวแก่จำเลยแล้ว โจทก์ไม่เคยนำเงินมามอบให้จำเลยชำระหนี้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากบินทร์บุรีเลย โจทก์เห็นว่าราคาที่ดินสูงขึ้นจึงนำคดีมาฟ้องจำเลยโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมลวงที่โจทก์และจำเลยสมรู้กัน ตกเป็นโมฆะ พิพากษาให้จำเลยไถ่ถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4275 แล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์คืนให้โจทก์

ถ้าจำเลยไม่ไปดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทกับจำเลย ก็เพื่อให้จำเลยนำไปจำนองเป็นประกันเงินกู้ที่นางสาวประหยัดกู้มาให้โจทก์โดยมิได้ตกลงซื้อขายกันจริงแต่อย่างใดหนังสือสัญญาขายที่ดินเกิดขึ้นโดยเจตนาลวงระหว่างคู่กรณี จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 (มาตรา 155 ที่แก้ไขใหม่) จำเลยไม่มีอำนาจนำที่ดินพิพาทไปจำนองต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัดจึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องนำเงินไปชำระแก่ผู้รับจำนองซึ่งเป็นเจ้าหนี้ เพื่อไถ่ถอนจำนองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วยแต่ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนโจทก์โดยปลอดภาระหนี้สิน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยนั้น เห็นว่า การบังคับตามคำขอดังกล่าวจะถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยไม่ได้ เพราะจะทำให้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้รับจำนอง เว้นแต่จะได้มีการชำระหนี้โดยครบถ้วนจึงจะดำเนินการไถ่ถอนจำนองได้ ดังนั้นหากจำเลยไม่ดำเนินการไถ่ถอนจำนองแล้ว เห็นสมควรให้โจทก์ดำเนินการแทนโดยให้จำเลยรับผิดชอบโดยชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดพิพากษากลับ ให้จำเลยไปไถ่ถอนจำนองที่ดิน แล้วให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ดำเนินการไถ่ถอนจำนองที่ดินแทนจำเลย โดยให้จำเลยรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2566

แม้ ผ. จะมีชื่อเป็นผู้รับโอนสิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกับ ม. ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 613/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 แต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566

ป.พ.พ. มาตรา 1754 การฟ้องคดีพิพาทเกี่ยวด้วยทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกัน มีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2563

โจทก์และจำเลยไม่มีเจตนาซื้อขายที่ดินกันจริง แต่เป็นการทำสัญญาขึ้นเพื่อให้จำเลยนำไปฟ้องหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างต่อศาลปกครองระยอง สัญญาดังกล่าวจึงเป็นนิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้ระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้