คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ เป็นหุ้นส่วนกันทำการค้าขาย จำเลยที่ ๒-๓ เป็นผู้ไปเช่าเรือของโจทก์ เมื่อเวลาส่งคืนเรือจำเลยที่ ๑ ก็ได้ลงนามในหนังสือขอส่งคืน และค่าเช่าที่ค้างจำเลยที่ ๑ ก็ผัดชำระการเช่าไม่ได้ทำเป็นหนังสือ
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหายรวม ๒๔๐๕ บาท ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยทั้ง ๓ ชำระค่าเช่า ๑๑๖๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลล่าง ส่วนในข้อกฎหมายนั้นเห็นว่า การเช่าเรือไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การเช่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือฉะเพาะอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น และจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในสัญญาเช่าร่วมกับจำเลยที่ ๒-๓ ด้วยตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๐๕๐
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง