Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ด.บุตรโจทก์ถึงแก่ความตายเป็นเพราะจำเลยกับส.ต่างประมาท มิใช่เป็นการร่วมกระทำละเมิด เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายอันเดียวกัน จึงเป็นกรณีบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งแยกจากกันชำระมิได้ ผู้กระทำละเมิดทุกคนต้องร่วมรับผิดในความเสียหายต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 301 ประกอบมาตรา 291 ศาลจะวินิจฉัยว่าจำเลยประมาทน้อยกว่า ส.จึงให้จำเลยรับผิดเพียง3 ใน 10 ส่วน ตามความร้ายแรงแห่งละเมิดหาได้ไม่ เพราะด.มิได้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วย ผู้กระทำละเมิดแต่ละคนจะรับผิดมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องระหว่างผู้กระทำละเมิดด้วยกันเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายดำรงค์พรมแสนปัง ซึ่งเกิดจากนางหนูพิน พรมแสนปัง เมื่อวันที่ 8พฤษภาคม 2527 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ขับรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารคันหมายเลขทะเบียน 10-0211 หนองคาย ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังและจำเลยสามารถใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ โดยจำเลยขับรถยนต์คันดังกล่าวไปตามถนนสายปากคาด-โซ่พิสัยซึ่งเป็นถนนดินลูกรัง มุ่งหน้าไปทางอำเภอโซ่พิสัยด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มีฝุ่นฟุ้งไม่อาจมองเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ 60 เมตร และมีกองดินลูกรังกองอยู่ด้านขวามือของถนนเป็นระยะ ๆ ทำให้ช่องทางเดินรถแคบลง ในขณะนั้นนายสุริยันต์พรมแสนปัง

ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีนายดำรงค์ พรมแสนปังผู้ตายนั่งซ้อนท้ายแล่นอยู่ข้างหน้ารถยนต์ของจำเลยโฉมหน้าไปทางเดียวกัน ในภาวะเช่นนี้จำเลยควรขับรถด้วยความเร็วต่ำและไม่ควรขับแซงรถคันอื่นที่แล่นอยู่ข้างหน้า แต่จำเลยกลับขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเพื่อจะแซงรถจักรยานยนต์คันที่นายสุริยันต์ขับขี่และนายดำรงค์นั่งซ้อนท้าย เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับเฉี่ยวนายดำรงค์ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งทางด้านขวาของรถจักรยานยนต์ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มขวางทาง เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับทับรถจักรยานยนต์ และทับนายดำรงค์ ได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ขณะมีชีวิตอยู่นายดำรงค์เรียนชั้นม.3 หากนายดำรงค์ไม่ถึงแก่ความตาย

ย่อมมีโอกาสประกอบอาชีพและโจทก์ต้องได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากนายดำรงค์อย่างต่ำไม่น้อยกว่าเดือนละ 500 บาท ไปจนตลอดชีวิต แต่โจทก์ขอคิดค่าอุปการะเลี้ยงดูเพียง 10 ปี เป็นเงิน 60,000 บาท โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของนายดำรงค์ ตลอดระยะเวลา 3 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวน 80,000 บาท นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 11 เดือนเศษ โจทก์คิดเพียง 11 เดือน เป็นดอกเบี้ยจำนวน5,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 85,500 บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 85,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า

จำเลยมิได้ขับรถยนต์โดยประมาทและมิได้ขับรถเร็ว สภาพของถนนสายปากคาด-โซ่พิสัยไม่ดี นายสุริยันต์พรมแสนปัง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่นายดำรงค์ พรมแสนปังบุตรโจทก์นั่งซ้อนท้ายขับขี่ด้วยความคึกคะนอง แซงรถยนต์ที่จำเลยขับด้วยความเร็วสูง ปีนกองหินข้างทางเสียหลักแฉลบมาขวางทางรถยนต์ที่จำเลยขับ จำเลยหยุดรถได้ทันท่วงทีโดยคานส่งของรถจำเลยสะดุดครูดรถจักรยานยนต์ที่ล้มขวางทางเท่านั้น ส่วนนายสุริยันต์และนายดำรงค์กระเด็นตกจากรถไปก่อนแล้ว ข้ออ้างของโจทก์เรื่องขาดไร้อุปการะนั้นเลื่อนลอย ไม่แน่ว่านายดำรงค์จะสามารถเรียนต่อจนสำเร็จและมีโอกาสทำงานหรือไม่ ค่าใช้จ่ายในการทำศพอย่างสูงไม่เกิน 10,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า1.

จำเลยประมาทหรือไม่2. ค่าเสียหายมีเพียงใดในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความแถลงร่วมกันว่าในประเด็นข้อพิพาทที่ว่าจำเลยประมาทหรือไม่ โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน โดยขอถือเอาผลของคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่227/2528 (หมายเลขแดงที่ 2336/2528) ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายบัวแสง ชนชิต ที่ 1 นายสุริยันต์ พรมแสนปังที่ 2 จำเลย ของศาลชั้นต้นแทนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วว่า ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 227/2528หมายเลขแดงที่ 2336/2528 ของศาลชั้นต้นที่คู่ความแถลงร่วมกันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าวรับฟังได้ว่า นายสุริยันต์พรมแสนปัง และจำเลยต่างก็ประมาท และศาลชั้นต้นเห็นว่านายสุริยันต์ พรมแสนปัง

ประมาทมากกว่าจำเลย จึงกำหนดความรับผิดในค่าสินไหมทดแทนตามความร้ายแรงแห่งละเมิด โดยให้จำเลยรับผิดเพียง 3 ใน 10 ส่วน ศาลกำหนดค่าปลงศพเป็นเงิน 10,000 บาทค่าขาดไร้อุปการะ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท จำเลยต้องรับผิด 3 ใน 10 ส่วนของเงินดังกล่าว คิดเป็นเงิน 12,000 บาทพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 12,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิด(8 พฤษภาคม 2527) ไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,000 บาทโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ 40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิด (8 พฤษภาคม 2527) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาสำหรับคดีอาญานั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่2336/2528 ของศาลชั้นต้น โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยและนายสุริยันต์ พรมแสนปัง ต่างประมาทด้วยกันเป็นเหตุให้รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับชนกับรถจักรยานยนต์ที่นายสุริยันต์ขับขี่ทำให้นายดำรงค์ พรมแสนปัง บุตรโจทก์ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุถึงแก่ความตาย ดังนั้น ในคดีนี้ซึ่งเป็นส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยกับนายสุริยันต์ ต่างประมาทด้วยกันเป็นเหตุให้นายดำรงค์บุตรโจทก์ถึงแก่ความตายปัญหาคงมีเพียงว่า จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงใดในปัญหาดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

โจทก์สมควรได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 40,000 บาท โดยกำหนดเป็นค่าปลงศพ 10,000 บาท และค่าขาดไร้อุปการะ 30,000 บาท ในชั้นนี้มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยเพียงว่า จำเลยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เต็มจำนวน 40,000 บาท หรือจะชดใช้เพียง 3 ใน 10 ส่วนของเงิน 40,000 บาท ตามข้อฎีกาของจำเลย เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ เนื่องจากจำเลยทำละเมิดเป็นเหตุให้นายดำรงค์บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ได้รับความเสียหาย ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าจำเลยกับนายสุริยันต์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่นายดำรงค์ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายมาต่างประมาทด้วยกันมิใช่เป็นการร่วมกันกระทำละเมิด นายดำรงค์ผู้ตายซึ่งโจทก์สืบสิทธิมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย เป็นเพียงผู้ที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายสุริยันต์ขับขี่เท่านั้น

มิได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยและความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายอันเดียวกัน จึงเป็นกรณีบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งแยกจากกันชำระหนี้มิได้ผู้ทำละเมิดทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำละเมิดนั้นต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 301 ประกอบด้วยมาตรา 291 ส่วนการที่ผู้ทำละเมิดแต่ละคนจะรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องระหว่างผู้ทำละเมิดด้วยกันเอง เทียบกับคำพิพากษาฎีกาที่ 382/2529 ระหว่างนางสาวชุลีพร กรศรีสวัสดิ์ กับพวกโจทก์ นายพนอ นพคุณ กับพวกจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เต็มจำนวนเงิน 40,000 บาทชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16104/2556

ในคดีส่วนอาญา พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก. และจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 291 และข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โจทก์คดีนี้เข้าร่วมเป็นโจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2550 (เลขอ้างอิง 415770)

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการสังกัดกรมทางหลวง จำเลยที่ 2 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของทางราชการกลับจากตรวจงานและได้เกิดเหตุชนกับรถยนต์ที่มี ม. เป็นผู้ขับขี่เป็นเหตุให้ ม. กับผู้โดยสารในรถ 2 คน ถึงแก่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2546

ลายมือชื่อโจทก์ในใบถอนเงินไม่เหมือนกับตัวอย่างลายมือชื่อในสมุดเงินฝากและคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์โดยชัดแจ้งเพียงแต่คล้ายกันเท่านั้น ซึ่งโดยปกติถ้าเป็นลูกค้าทั่วไป พนักงานของธนาคารจำเลยที่ 1 จะไม่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2546

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46กรณีไม่มีทางที่จะขยายไปถึงความเห็นของพนักงานสอบสวนให้เป็นการผูกมัดศาลที่พิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6896/2538

การที่รถยนต์โดยสารทั้งสองคันวิ่งแข่งกันมาและต่างชนโจทก์นั้นแม้จะเป็นกรณีต่างคนต่างประมาทเลินเล่อก็ตาม แต่ความประมาทเลินเล่อของคนขับรถทั้งสองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นต่อโจทก์ คนขับรถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้