Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5348/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้หามีอำนาจต่อสู้คดีใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินไม่ ไม่ว่าในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดีตามมาตรา 22 และ 24 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลายฯ การร้องขอให้ถอนการบังคับคดีเป็นการต่อสู้คดีใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างหนึ่งอันเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดี

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้ ค้ำประกันและจำนองแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาด จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กันโดยโจทก์ยอมสละการบังคับคดีและให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้แต่ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้โจทก์กลับดำเนินการบังคับคดีต่อ ขอให้ถอนการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง เพราะเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์ไม่เคยสละการบังคับคดีและแปลงหนี้ใหม่ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องเพื่อประวิงการบังคับคดีให้ชักช้า ขอให้จำเลยที่ 1 วางเงินหรือหาประกันต่อศาลและยกคำร้อง ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง นัดแรกและนัดที่สอง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี

ศาลชั้นต้นอนุญาต นัดที่สามวันที่ 31 สิงหาคม 2548 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องเพื่อประวิงการบังคับคดีไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มีพยานมาสืบ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ วันที่ 1 กันยายน 2548 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนาประวิงการบังคับคดี แต่จำเลยที่ 1 ได้ขอประนอมหนี้กับโจทก์ไว้และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติของผู้บริหารของโจทก์ ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ให้ยกคำร้องและไต่สวนคำร้องขอถอนการบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 มีอำนาจร้องขอให้ถอนการบังคับคดีหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามสำนวนปรากฏว่า ก่อนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 19 มกราคม 2548 จำเลยที่ 1 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบทบัญญัติในมาตรา 22 และ 24 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้หามีอำนาจต่อสู้คดีใดๆ หรือกระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินไม่ ไม่ว่าในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดี การร้องขอให้ถอนการบังคับคดีเป็นการต่อสู้คดีใดๆ หรือกระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างหนึ่งอันเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องดังกล่าว แม้จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 อีกต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษายืนด้วยเหตุผลว่าจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์ · ชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้