Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบันทึกรายงานการประชุม งบดุลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ส่งต่อกองทะเบียนหุ้นส่วน ปรากฏว่า ผู้ร้องลงชื่อเป็นประธานในที่ประชุมและลงชื่อรับรองในฐานะกรรมการไว้ในงบดุลย์ด้วยและตามบัญชีผู้ถือหุ้นนั้นปรากฏว่าผู้ร้องถือหุ้นบุริมสิทธิ 20 หุ้น และหุ้นสามัญ 226 หุ้น ดังนี้ ผู้ร้องจะปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นตามบัญชีที่ปรากฏอยู่ที่นายทะเบียนนั้นหาได้ไม่ เอกสารต่างๆ ของบริษัทซึ่งต้องส่งต่อนายทะเบียนนั้นกรรมการลงชื่อรับรองเพียงคนเดียวก็ใช้ได้ การคืนหุ้นจะทำได้ก็โดยวิธีโอน ซึ่งต้องกระทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนในสมุดทะเบียนของบริษัทจึงจะใช้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บริษัทจำเลยล้มละลาย ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ทวงหนี้เงินค่าหุ้นซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลย 226 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 500 บาท ค้างชำระค่าหุ้น 75% เป็นเงิน 84,750 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงยืนยันหนี้รายนี้ ผู้ร้องจึงขอคัดค้านต่อศาลขอให้ศาลสั่งจำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้เสียด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้การยืนยันว่าผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยและค้างชำระค่าหุ้นอยู่จริงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยและค้างชำระค่าหุ้นอยู่จริง มีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระเงินค่าหุ้นที่ค้างกับดอกเบี้ยร้อยละ 7ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดผู้ร้องอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่า ตามที่ศาลถือเอาหลักฐานจากกองทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางมาฟังว่าผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นไม่ชอบ เพราะบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นนายสถิตย์เป็นผู้ทำและยื่นโดยไม่มีอำนาจย่อมไม่ผูกพันบริษัทและผู้ร้อง ผู้ร้องไม่เคยชำระเงินค่าหุ้น ไม่เคยซื้อหุ้นบริษัทเลยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสถิตย์ชักชวนผู้ร้องให้ตั้งบริษัทค้าขาย ผู้ร้องยอมเป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจำเลยนี้ขึ้นด้วยผู้หนึ่ง และลงชื่อในบริคณห์สนธิเป็นลำดับแรก ต่อมาผู้ร้องได้เข้าร่วมประชุมตั้งข้อบังคับของบริษัทและจดทะเบียนบริษัทโดยผู้ร้องได้เป็นกรรมการบริษัทด้วยในการประชุมตั้งบริษัทได้มีบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น 18 คน

จำนวนหุ้นครบ 2,000 หุ้น แบบท้ายบันทึกรายงานประชุม บัญชีรายชื่อนี้ผู้ร้องจองหุ้นไว้188 หุ้น และหมายเหตุว่ามาประชุมด้วย ต่อมาได้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1 อันเป็นการประชุมภายใน 6 เดือนแรกของการตั้งบริษัทตามกฎหมายกำหนด และได้มีการส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อกองทะเบียนหุ้นส่วนตามกฎหมายด้วย บันทึกรายงานการประชุมนี้ไม่ปรากฏว่า ที่ใด มีแต่บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งผู้ร้องมีชื่อถือหุ้นรวม 201 หุ้น โดยเป็นหุ้นบุริมสิทธิถือว่าชำระเงินครบแล้ว 20 หุ้น ต่อมาได้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 อนุมัติงบดุลย์ของกิจการปีแรก พ.ศ. 2494 ของบริษัท แล้วส่งบันทึกรายงานการประชุมงบดุลย์และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อกองทะเบียนหุ้นส่วนตามกฎหมาย ตามรายงานนี้ผู้ร้องลงชื่อเป็นประธานในที่ประชุมและลงชื่อรับรองในฐานะกรรมการไว้ในงบดุลย์ด้วยส่วนบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นปรากฏว่า

ผู้ร้องถือหุ้นบุริมสิทธิ 20 หุ้นและหุ้นสามัญ 226 หุ้น ต่อมาผู้ร้องได้ลาออกจากกรรมการบริษัทจำเลยและจดทะเบียนการลาออกเสร็จแล้ว การประชุมสามัญต่อจากครั้งที่ 2 และงบดุลย์ต่อมาไม่ได้ส่งต่อกองทะเบียนหุ้นส่วนอีก สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและหนังสือจองหุ้นของบริษัท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดไม่ได้เลย นายสถิตย์ผู้จัดการหลบหนีไปจนบัดนี้ศาลฎีกาเห็นว่า วิธีการตั้งบริษัทตามกฎหมายนั้น เมื่อผู้เริ่มก่อการจัดให้มีผู้จองหุ้นครบแล้ว ก็จะต้องนัดผู้จองหุ้นมาประชุมตั้งบริษัทโดยจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้จองหุ้นเสนอต่อที่ประชุมตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1107 ผู้ร้องเป็นผู้ริเริ่มก่อการด้วยผู้หนึ่งและเข้าประชุมด้วย

ฉะนั้น จะปฏิเสธว่าไม่ได้จองหุ้นตามบัญชีหรือไม่รู้เห็นอย่างไร ย่อมฟังไม่ขึ้นและผู้ร้องเป็นกรรมการบริษัทแล้วต่อมาเป็นประธานกรรมการซึ่งตามกฎหมายกรรมการเป็นผู้บริหารการงานของบริษัทมีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการงานของบริษัททั้งต้องรับผิดร่วมกันในกิจการต่าง ๆ ของบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 ฯลฯ และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นนั้นกฎหมายถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 1138, 1139 ให้บริษัทมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอันมีรายการละเอียดต่าง ๆ ให้เก็บไว้ ณ สำนักงานของบริษัทและให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิตรวจดูได้ และกรรมการมีหน้าที่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ยังคงอยู่ในเวลาประชุมไปยังนายทะเบียนปีละครั้งเป็นอย่างน้อย

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ร้องเป็นกรรมการบริษัทมาแต่ต้นจนกระทั่งลาออกใน พ.ศ. 2496 ผู้ร้องจึงต้องถูกผูกพันตามหน้าที่ดังกล่าวแล้วเอกสารต่าง ๆ ของบริษัทซึ่งต้องส่งต่อนายทะเบียนนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1111 บัญญัติว่า สำเนาข้อบังคับและรายงานการประชุมตั้งบริษัท กรรมการเพียงคนเดียวลงชื่อรับรองก็พอ และตามมาตรา 1139 ที่ให้กรรมการมีหน้าที่ส่งสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นไปยังนายทะเบียนก็มิได้บังคับว่าต้องมีกรรมการมากกว่าหนึ่งคนรับรอง จึงถือว่ากรรมการเพียงคนเดียวลงชื่อรับรองก็ใช้ได้ เพราะกรรมการต้องร่วมกันรับผิดอยู่แล้วฉะนั้น บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งนายสถิตย์ลงชื่อรับรองในฐานะเป็นกรรมการจึงใช้ได้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ในเวลาประชุมใหญ่ก็ดีการทำงบดุลย์ก็ดี จำต้องใช้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นหลักในการแสดงจำนวนและบุคคลผู้ถือหุ้น และเมื่อประชุมใหญ่แล้ว บริษัทก็คัดรายชื่อผู้ถือหุ้นจากสมุดทะเบียนของบริษัทนั้นเองส่งยังนายทะเบียน ตามมาตรา 1024 สมุดบัญชีเอกสารของบริษัทให้ถือว่าเป็นอันถูกต้องผูกพันระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัท และตามมาตรา 1020 เอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทส่งไปยังนายทะเบียน ประชาชนมีสิทธิตรวจดูได้ จึงต้องฟังว่า เอกสารเหล่านั้นเป็นอันถูกต้อง มิฉะนั้นถ้าให้ปฏิเสธได้ลอย ๆ แล้ว จะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนโดยทั่วไป เพราะประชาชนจำต้องอาศัยหลักฐานของนายทะเบียนเป็นสำคัญเพื่อทราบฐานะและความเป็นไปของบริษัท และในเรื่องนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดเอกสารหลักฐานเกี่ยวแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจากบริษัทไม่ได้เลยก็ต้องอาศัยหลักฐานจากนายทะเบียนซึ่งในเบื้องต้นต้องฟังว่าถูกต้องเว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นประการอื่น เรื่องนี้ จริงอยู่นายสถิตย์อาจจัดการไปแต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องเป็นประธานกรรมการมีหน้าที่ควบคุมบริษัท เมื่อผู้ร้องไม่ตรวจตราดูแลยอมเซ็นชื่อตั้งแต่เริ่มก่อการ เป็นกรรมการรับรองบันทึกรายงานการประชุม รับรองงบดุลย์ของบริษัทตลอดจนเซ็นชื่อในใบหุ้นของบริษัทที่ออกให้แก่ผู้ถือหุ้นตามบทบัญญัติในมาตรา 1127,1128 ด้วยหลงเชื่อโดยสุจริตว่านายสถิตย์จะไม่โกงเพราะรับรองไว้กับผู้ร้องเช่นนั้น ผู้ร้องจะปฏิเสธว่าไม่เห็น ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นตามบัญชีที่ปรากฏที่นายทะเบียนหาได้ไม่

ฯลฯ นอกจากนี้ ผู้ร้องเบิกความว่า เมื่อลาออกจากตำแหน่งกรรมการได้เอาหุ้นทั้งหมดคืนให้นายสถิตย์เซ็นรับไป ซึ่งหมายความว่าผู้ร้องรับว่าถือหุ้นเหมือนกัน หากแต่คืนไปหมดแล้ว การคืนหุ้นจะกระทำได้ก็โดยวิธีโอนซึ่งต้องกระทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนในสมุดทะเบียนของบริษัทจึงจะใช้ได้ ผู้ร้องหาได้นำสืบว่าได้กระทำดังนั้นอันเป็นการถูกต้องตามกฎหมายไม่ ทั้งที่ว่านายสถิตย์เซ็นรับไปก็ไม่มีหลักฐานมาแสดง ฯลฯศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6908/2538

ผู้ร้องมีหนังสือของบริษัทจำเลยซึ่งม. กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทจำเลยลงลายมือชื่อโดยประทับตราของบริษัทจำเลยยืนยันว่าบริษัทจำเลยได้รับเงินค่าหุ้นที่ค้างจากผู้ร้องแล้วมาแสดงซึ่งผู้ร้องได้อ้างส่งไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3142/2528

ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าผู้ร้องไม่ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นโดยชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้มีการรับโอนหุ้นตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 จึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2017/2567

โจทก์ฟ้องบังคับตามบันทึกข้อตกลงโดยมีคำขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบหุ้น 1,260 หุ้น คืนแก่โจทก์ กับให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จัดทำและยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2565

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุว่าการบังคับตามคำพิพากษาไม่อาจบังคับจำเลยที่ 2 ได้เพราะจำเลยที่ 2 พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจแก้ไขสมุดบัญชีผู้ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2531/2538

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นที่ยังไม่ได้จดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นที่จะนำมาใช้ยันแก่บริษัทไม่ได้ตามป.พ.พ.มาตรา1129วรรคสามหมายถึงกรณีที่ผู้โอนและผู้รับโอนโอนหุ้นกันเองโดยบริษัทมิได้ร่วมรู้เห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้