Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5371/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยยืนใช้มือข้างหนึ่งเกาะรถยนต์ และถ่ายปัสสาวะรดตรงท้ายประตูด้านขวาปัสสาวะที่จำเลยถ่ายออกย่อมจะต้องถูกรถยนต์ไม่มากเป็นความประพฤติที่ไม่สมควร ก็น้อย การกระทำของจำเลยที่ใช้รถยนต์ของผู้อื่นเป็นที่กำบังในการถ่ายปัสสาวะอย่างยิ่งจำเลยเป็นผู้ก่อเรื่องไม่งดงามขึ้นก่อน เมื่อจำเลยถูกต่อว่าและไม่ว่าจะถูกตบท้ายทอยโดยบุคคลใดในฝ่ายผู้เสียหายหรือไม่ จำเลยพึงต้องอดทน การที่จำเลยตอบโต้โดยมีการต่อปากต่อคำนำไปสู่การวิวาทที่รุนแรง แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนในการวิวาท โดยไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้เสียหายมีใครใช้อาวุธปืนเช่นจำเลย ดังนี้ จำเลยหามีสิทธิที่จะอ้าง ว่ากระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำเพราะบันดาลโทสะได้ไม่ จำเลยกระทำการอุกอาจร้ายแรงมีปืนเป็นอาวุธ และยังได้ยิงปืน ซึ่งพนักงานสอบสวนเก็บปลอกกระสุนปืนได้ถึง 9 ปลอก จำเลยกระทำแก่ผู้เสียหายที่ 3 ที่ 4 ถึงบาดเจ็บโดยเฉพาะผู้เสียหายที่ 4 ถูกทำร้ายจนสลบทั้ง ๆ ที่นั่งหลบอยู่ข้างรถยนต์พฤติการณ์ แห่งการกระทำของจำเลยจึงยังไม่สมควรรอการลงโทษให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 295, 91 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 376, 91 อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำคุก 6 เดือน ฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในที่ชุมชนปรับ 500 บาท รวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 500 บาท ค่าปรับไม่ชำระให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางคำ ข้ออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว หลังจากจำเลยยื่นฎีกา 7 เดือนเศษ จำเลยยื่นคำร้องเสนอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยังบกพร่องอยู่ข้อเท็จจริงที่จำเลยเสนอเพิ่มเติมมีทั้งที่เป็นเหตุส่วนตัว และเหตุในลักษณะคดีจำเลยกล่าวอ้างในคำร้องว่าจำเลยเบิกความต่อศาลปฏิเสธความผิดฐานพยายามฆ่าเท่านั้นและได้เบิกความรับสารภาพในความผิดฐานอื่น แต่คำร้องของจำเลยก็หาได้ขอถอนฎีกาส่วนใดส่วนหนึ่งแต่ประการใดไม่ ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายที่ 3 ที่ 4 เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ดี เพราะบันดาลโทสะก็ดี จึงยังคงอยู่อันศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยต่อไปโดยลำดับ ข้อเท็จจริงแห่งคดีรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าขณะเกิดเหตุทั้งกลุ่มผู้เสียหายและกลุ่มจำเลยต่างมึนเมา

เพราะเสพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง และต้นเหตุแห่งการวิวาทเนื่องจากจำเลยไปถ่ายปัสสาวะข้างรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 3 โดยฝ่ายผู้เสียหายกล่าวหาว่าจำเลยถ่ายปัสสาวะรดรถยนต์ แต่ฝ่ายจำเลยกล่าวอ้างว่าจำเลยถ่ายปัสสาวะลงพื้น คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า การที่จำเลยกระทำแก่ผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 เป็นการกระทำอันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือโดยบันดาลโทสะหรือไม่การจะวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ควรจะต้องวินิจฉัยเหตุอันเป็นชนวนวิวาทเสียก่อน ในส่วนของข้อเท็จจริงอันเป็นชนวนวิวาท คือ การที่จำเลยไปถ่ายปัสสาวะนั้น รถยนต์ที่จำเลยไปถ่ายปัสสาวะรดหรือถ่ายปัสสาวะใกล้ ผู้เสียหายเบิกความว่า

ได้แก่คันหมายเลขทะเบียน 1ป-2544 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อตรวจดูตามภาพถ่ายหมาย ป.จ.6(ศาลจังหวัดลำพูน) แล้ว ปรากฏว่าเป็นรถยนต์สีแดง รถยนต์คันนี้จอดอยู่เรียงกับรถยนต์สีเขียว สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ว่า จำเลยไปถ่ายปัสสาวะระหว่างรถยนต์สีแดงและสีเขียว แต่เมื่อพิจารณาระยะห่างระหว่างรถยนต์ 2 คันนี้แล้วจะเห็นว่าอยู่ห่างกันมาก ที่ว่างตรงนั้นเป็นที่โล่ง ประกอบกับเป็นที่ชุมนุมชน มีผู้คนมาพักผ่อนและผ่านไปมาพลุกพล่าน จึงไม่มีที่กำบังอันจะให้จำเลยไปถ่ายปัสสาวะในที่ว่างนั้นได้โดยไม่ประเจิดประเจ้อ แม้จำเลยมึนเมาแต่ก็ยังรู้ตัวอยู่บ้าง ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไปยืนเด่นถ่ายปัสสาวะในที่โล่งระหว่างรถยนต์ 2 คัน การที่จำเลยไปถ่ายปัสสาวะในบริเวณนั้น

น่าเชื่อว่าจำเลยจะต้องยืนเข้าแอบชิดรถยนต์คันใดคันหนึ่งและหันหน้าเข้าหารถยนต์คันนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงลักษณะประเจิดประเจ้อ ดังที่ผู้เสียหายที่ 1 ให้การไว้ในชั้นสอบสวนว่า จำเลยยืนใช้มือข้างหนึ่งเกาะรถยนต์และถ่ายปัสสาวะรดตรงท้ายประตูด้านขวา จำเลยเองก็เบิกความใช้คำว่า จำเลยยืนถ่ายปัสสาวะอยู่ข้างรถยนต์ ดังนี้ มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า ปัสสาวะที่จำเลยถ่ายออกจะต้องถูกรถยนต์ไม่มากก็น้อย การกระทำของจำเลยที่ใช้รถยนต์ของผู้อื่นเป็นที่กำบังในการถ่ายปัสสาวะ เป็นความประพฤติที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง จำเลยเป็นผู้ก่อเรื่องไม่งดงามขึ้นก่อน เมื่อจำเลยถูกต่อว่าไม่ว่าจะถูกคนหนึ่งในฝ่ายผู้เสียหายตบท้ายทอยจำเลยตามที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ก็ตาม

จำเลยพึงต้องอดทน การที่จำเลยตอบโต้โดยมีการต่อปากต่อคำนำไปสู่การวิวาทที่รุนแรง แล้วจำเลยยังได้ใช้อาวุธปืนในการวิวาท โดยไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้เสียหายมีใครใช้อาวุธปืนเช่นจำเลย ดังนี้ จำเลยหามีสิทธิที่จะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำเพราะบันดาลโทสะแต่ประการใดไม่ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่เห็นว่า จำเลยกระทำการอุกอาจร้ายแรงมีปืนเป็นอาวุธ และยังได้ยิงปืน ซึ่งพนักงานสอบสวนเก็บปลอกกระสุนปืนได้ถึง 9 ปลอก จำเลยกระทำแก่ผู้เสียหายที่ 3ที่ 4 ถึงบาดเจ็บ โดยเฉพาะผู้เสียหายที่ 4 นั่งหลบอยู่ข้างรถยนต์จำเลยก็ไม่ละเว้น โดยได้ทำร้ายผู้เสียหายที่ 4 จนสลบ ที่จำเลยกล่าวในคำร้องเพิ่มเติมข้อเท็จจริงว่าจำเลยเบิกความรับสารภาพในฐานทำร้ายร่างกาย ก็ไมปรากฏเช่นนั้น พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยเมื่อพิเคราะห์โดยตระหนักแล้วยังไม่สมควรรอการลงโทษให้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้