Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ ฉะนั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่าไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์แต่อย่างใดแสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จึงมีอำนาจโดยชอบโดยตรงที่จะดำเนินการแก่จำเลยเพื่อให้คำพิพากษาของศาลฎีกามีผลบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ส่วนวิธีดำเนินการกับจำเลยเกี่ยวกับการรื้อรั้วนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 เบญจ ได้บัญญัติไว้แล้ว แต่ศาลชั้นต้นหาได้กระทำไม่ กลับออกคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้วโดยไม่จำต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เฉพาะบางส่วนที่เริ่มต้นตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวโจทก์ ตามระยะเวลาทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้รื้อรั้วพิพาทแล้วบางส่วนมีความกว้าง 4 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวโจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ และจำเลยแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โจทก์แถลงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยครบถ้วน จำเลยต้องรื้อรั้วตั้งแต่หัวเสาทางด้านทิศตะวันออกไปถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์

โจทก์และจำเลยไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการบังคับคดีขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งต่อไปในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์และจำเลย โจทก์แถลงว่า จำเลยรื้อรั้วเฉพาะบริเวณยุ้งข้าวของโจทก์เท่านั้น แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงยุ้งข้าวโจทก์จำเลยแถลงว่า จำเลยได้รื้อรั้วแล้วบางส่วนเพื่อเป็นช่องให้โจทก์นำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อรั้วบางส่วนทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"เป็นที่เห็นได้ว่ามูลคดีเดิมถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว นั้นก็คือจำเลยต้องรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ ฉะนั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์แต่อย่างใด ดังที่ปรากฏรายละเอียดตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 11 ตุลาคม 2543 แสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา

เมื่อศาลชั้นต้นได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจโดยชอบโดยตรงที่จะดำเนินการแก่จำเลยเพื่อให้คำพิพากษาของศาลฎีกามีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ส่วนวิธีดำเนินการกับจำเลยเกี่ยวกับการรื้อรั้วนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง มาตรา 296 เบญจ ก็ได้บัญญัติให้อำนาจไว้แล้วเช่นกัน แต่ศาลชั้นต้นหาได้กระทำไม่ กลับออกคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว โดยไม่จำต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีต่อไป สำหรับฎีกาอื่น ๆ ของจำเลยนั้นเห็นว่าไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2540

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินของโจทก์ เพิกถอนหรือยกเลิกการขายทอดตลาดกับเพิกถอนคำสั่งและหมายเรียกของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า ในคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้โจทก์แบ่งแยก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4355/2539

ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งจำเลยตกลงจะผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือนทุกวันที่ 15 ของเดือน ช่วง 3 เดือนแรก คือเดือนธันวาคม 2536 เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2537 เดือนละ 10,000บาท ตั้งแต่เดือนมีนาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8689/2558

ตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 มีชื่อและชื่อสกุลซ้ำกัน เจ้าพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556

คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ และความปรากฏว่าจำเลยถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้