Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจในการพิจารณาพยานหลักฐานเท่าที่คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรวบรวมได้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์และโจทก์ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจำเลยบริจาคเงิน 5,000 บาท แก่ชุมชนจริงอันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (2) เมื่อโจทก์มีคำสั่งให้เลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ และมีการจัดให้มีการเลือกตั้งตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่จากจำเลยได้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้รับโทษทางอาญาด้วยหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 537,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 537,525 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 537,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 ธันวาคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกคำขอให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ในวันที่ 14 มีนาคม 2547 และผลการรวมคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่าจำเลยได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุด แต่มีผู้ร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2546 จำเลยกระทำการเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่จำเลย โจทก์พิจารณารายงานการสืบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยกระทำการตามที่ถูกร้องเรียน

อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 และมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยเป็นเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ รวมทั้งดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 มีค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นเงิน 537,525 บาท ในส่วนคดีอาญาพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยเนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 15 วัน

นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ จำเลยได้รับหนังสือแล้วเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2556 แต่ไม่ชำระ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดหลังที่โจทก์แต่งตั้งมาจากผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์เอง โจทก์ย่อมชี้นำได้โดยการให้คุณให้โทษแก่คณะอนุกรรมการชุดหลังได้ ย่อมไม่มีความเป็นกลางหรือไม่เที่ยงธรรม ส่วนคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดแรกเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนได้เสียกับผู้ใดให้ความเห็นว่า จำเลยไม่มีความผิด ให้ยุติเรื่อง ถือว่าโจทก์มีพยาน 2 ชุด ให้การแตกต่างกันในสาระสำคัญ ย่อมมีพิรุธสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่จำเลย แม้กระทั่งพนักงานอัยการได้พิจารณาอีกชั้นหนึ่งแล้ว

มีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลย เมื่อจำเลยไม่ได้มอบเงิน 5,000 บาท แก่คณะกรรมการจัดงานประจำปีเจ้าปู่สามขา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกัน ก็เป็นดุลยพินิจในการพิจารณาจากพยานหลักฐานเท่าที่คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรวบรวมได้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์และโจทก์ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (2) เมื่อโจทก์มีคำสั่งให้เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์

อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ และมีการจัดให้มีการเลือกตั้งตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดให้มีการการเลือกตั้งใหม่จากจำเลยได้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยได้รับโทษทางอาญาด้วยหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้มอบเงิน 5,000 บาท แก่คณะกรรมการจัดงานประจำปีเจ้าปู่สามขา พยานจำเลยเป็นประจักษ์พยานโดยตรงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่าพยานโจทก์ซึ่งเป็นพยานบอกเล่า เห็นว่า โจทก์มีนายเฉลิม ผู้ไปร่วมงานเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า

มีผู้บริจาคเงิน 2 คน คือ นายประเสริฐและจำเลย และมีนายสุปัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 กับนายประมวล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามขา เบิกความสนับสนุน ซึ่งทั้งสองคนเป็นกรรมการจัดงานและอยู่ในงานนั้นด้วยยืนยันว่า ได้ยินเสียงพิธีกรประกาศว่า นายประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์บริจาคเงิน 15,000 บาท และจำเลยบริจาคเงิน 5,000 บาท โดยมีนางสมภาร กำนันตำบลสามขา เป็นตัวแทนรับมอบ สอดคล้องต้องกันกับคำเบิกความของนายเฉลิม นอกจากนี้โจทก์ยังมีสำเนาบัญชีรายรับรายจ่ายงานเจ้าปู่สามขามาประกอบ ส่วนพยานจำเลยมีนางสมภาร นายบุญส่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามขา และนายควบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 เบิกความว่า นายประเสริฐกล่าวเปิดงานและมอบเงินบริจาคแก่นางสมภารโดยไม่ได้พูดถึงจำนวนเงินที่บริจาค แต่บัญชีรายรับรายจ่ายงานเจ้าปู่สามขา

มีข้อความระบุในรายการบริจาคทั่วไปว่า นายประเสริฐบริจาค 15,000 บาท และจำเลยบริจาค 5,000 บาท ซึ่งนายบุญส่งตอบคำถามค้านทนายโจทก์ยอมรับว่า พยานเคยเห็นบัญชีรายรับรายจ่ายดังกล่าวโดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 17 นำมามอบให้ชาวบ้านทุกคนและคณะกรรมการจัดงานทุกคนจะได้รับเอกสารดังกล่าวด้วย ดังนั้น ที่จำเลยนำสืบว่านายประเสริฐกล่าวเปิดงานและมอบเงินบริจาคแก่นางสมภารโดยไม่ได้พูดถึงจำนวนเงินที่บริจาคจึงไม่น่าเชื่อถือ ทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีใครคัดค้านเอกสารดังกล่าวตั้งแต่แรกว่าไม่ถูกต้อง ส่วนนายควบตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ในวันเกิดเหตุพยานทราบว่าจำเลยมีเป้าหมายที่จะลาออกจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขามเพื่อไปลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์

อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งเจือสมกับพยานหลักฐานโจทก์ที่ว่าจำเลยกระทำการเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่จำเลย ซึ่งอยู่ในช่วงเวลา 60 วัน ก่อนครบวาระสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2547 พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยบริจาคเงิน 5,000 บาท แก่ชุมชนสามขาจริง การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (2) เมื่อโจทก์มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยภายหลังวันลงคะแนนและจำเลยที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้รับการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น

โจทก์จึงมีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 96 วรรคท้าย นอกจากนี้ มาตรา 99 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายในการให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า มีค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นเงิน 537,525 บาท จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ซึ่งเงินที่ได้ชดใช้ให้ตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งใหม่นั้น ปัญหาประการสุดท้ายมีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งอันมีมูลความผิดทางอาญา จึงเป็นคดีละเมิด มีอายุความ 1 ปี

นับแต่วันทราบเหตุให้รับผิดและทราบผู้ต้องรับผิด แต่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อเวลาผ่านไปกว่า 9 ปีเศษ คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง เห็นว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แต่เป็นการเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ เป็นการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 วรรคหนึ่ง ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ที่กำหนดให้มีอายุความ 10 ปี หาใช่อายุความ 1 ปี นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่อย่างใดไม่ เมื่อโจทก์จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 และฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2556 ยังไม่เกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณี เยพิทักษ์ · ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล · สุพจน์ กิตติรักษนนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายธเนศ สุตพันธ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเกดแก้ว หว่างอุ่น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2900/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2409/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2909/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15732/2558

ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน เมื่อทางนำสืบของโจทก์มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12761/2558

การฟ้องผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้รับผิดชำระค่าเสียหายที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 วรรคหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5272/2558

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 วรรคหนึ่ง มิใช่บทบัญญัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งต้องรับผิดเด็ดขาด เพราะการฟ้องผู้สมัครรับเลือกตั้งผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 54 วรรคแรก บัญญัติว่า "คู่ความก็ดี หรือพยานในส่วนที่เกี่ยวกับคำให้การของตนในคดีนั้นก็ดี หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียโดยชอบหรือมีเหตุผลอันสมควรก็ดี อาจร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใดในระหว่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9839/2557

การฟ้องให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งรับผิดค่าเสียหายที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 วรรคหนึ่ง นั้น เป็นกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้