Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5388/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจงใจเขียนเช็คทั้งสองฉบับด้วยการลงลายมือชื่อในเช็คไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้แก่ธนาคารและจงใจเขียนตัวเลขอารบิกให้แตกต่างกันอีก พฤติการณ์ดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อให้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากจำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินในบัญชีของธนาคารดังกล่าวการกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 7 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมาย รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา 4 (1))อันเป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 10 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทให้แก่ผู้เสียหาย 2 ฉบับ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับแรก สั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท ฉบับที่สองสั่งจ่ายเงิน 550,000 บาท เช็คทั้งสองฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 เมื่อถึงวันดังกล่าวผู้เสียหายนำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยเบิกความยอมรับว่าเช็คพิพาททั้งสองฉบับ จำเลยลงลายมือชื่อมอบให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์และเป็นหนี้เงินกู้ยืมผู้เสียหายรวมเป็น 1,050,000 บาท และได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจริง

สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 กำหนดชำระเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยคืนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 แต่เบิกความปฏิเสธว่า เช็คพิพาทที่จำเลยมอบให้โจทก์นั้น จำเลยไม่ได้ลงวันที่ในเช็ค โจทก์มีผู้เสียหายและสิบตำรวจเอกศิริ เบิกความเป็นพยานยืนยันว่า เมื่อถึงกำหนดเวลาชำระหนี้วันที่15 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยไม่มีเงินชำระ แต่ได้ออกเช็คพิพาท 2 ฉบับ ให้แก่ผู้เสียหายไว้เป็นการชำระหนี้ จำเลยลงลายมือชื่อ จำนวนเงินแต่ยังไม่ได้ลงวันที่ออกเช็ค ต่อมาจำเลยพูดคุยตกลงกับผู้เสียหาย จำเลยจึงได้ลงวันที่เช็คทั้งสองฉบับ เป็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 ต่อหน้าตน เท่ากับว่าผู้เสียหายยอมให้จำเลยเลื่อนวันชำระหนี้ แต่เมื่อเช็คทั้งสองฉบับถึงกำหนดผู้เสียหายนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า

ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ ผู้เสียหายและสิบตำรวจเอกศิริไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยไม่น่าระแวงว่าเบิกความปรักปรำจำเลย คำเบิกความมีน้ำหนักให้รับฟัง เมื่อพิจารณาประกอบกับวันที่ออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ จำเลยเขียนเลขอารบิก วันที่ 20 กับเดือน 2 ก็ยังเขียนต่างกัน แม้จำเลยมีพันตำรวจเอกสมชาย เบิกความเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญได้ความว่า ตัวเลขอารบิกในช่องวันสั่งจ่ายรูปลักษณะแตกต่างกัน ลายเส้นแตกต่างกัน เป็นลายมือชื่อของคนละคน แต่พยานได้ตอบโจทก์ถามค้านว่า โดยปกติบุคคลสามารถดัดแปลงการเขียนแต่ละครั้งได้เหมือนกัน จึงเป็นไปได้ว่าจำเลยจงใจเขียนเช็คทั้งสองฉบับด้วยการลงลายมือชื่อในเช็คไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้แก่ธนาคารและจงใจเขียนตัวเลขอารบิก

เลข 2 ให้แตกต่างกันอีก พฤติการณ์ดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อให้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากจำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินในบัญชีของธนาคารดังกล่าวการกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับสั่งจ่ายจำนวนเงิน 500,000 บาท และจำนวนเงิน 550,000 บาท เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · สุนทร ทรงฤกษ์ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสฤษดิ์ ศรีแฉล้ม
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางพิมลรัตน์ วรรธนะหทัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6744/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ769/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ220/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2567

หนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ 467,000 บาท จำเลยยอมชำระหนี้ดังกล่าวโดยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยและโจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวด้วย หนังสือรับสภาพหนี้ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2620/2567

แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทให้โจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมถอนฟ้องจำเลยในคดีที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดอาญาแผ่นดินก็ตาม แต่การที่โจทก์ร่วมจะถอนฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ร่วมอันพึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2567

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) และ (5) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2567

มูลหนี้ตามเช็คในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 1,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้กู้ยืม หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงได้ชำระเงินสด 300,000 บาท และนำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับละ 75,00…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3659/2566

จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. สาขาตลาดใหม่ทุ่งครุ จำนวน 5 ฉบับ ให้โจทก์ โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีโจทก์ที่ธนาคาร ท. สาขาถนนวิทยุ เพื่อให้ธนาคารดังกล่าวเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ท. สาขาตลาดใหม่ทุ่งครุ ธนาคาร ท. สา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้