Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5396/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่2รับโอนที่ดินมาจากจำเลยที่1ซึ่งเป็นมารดาและผู้จัดการมรดกของม. ซึ่งเป็นบิดายังถือไม่ได้ว่าเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกอันจะถูกกำจัดมิให้รับมรดก จำเลยที่1รับโอนที่พิพาทมาในฐานะเป็นมรดกของม.โดยยังไม่ได้มีการแบ่งให้แก่ทายาทอื่นและต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของม. ถือว่าจำเลยที่1ครอบครองที่พิพาทไว้แทนทายาทอื่นด้วยทั้งจำเลยที่1ก็ไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองไปยังทายาทอื่นแม้จะครอบครองนานเพียงใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นทายาทของม. ฟ้องขอแบ่งมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งกันจากจำเลยที่1แม้พ้นกำหนด1ปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายหรือเมื่อโจทก์ทั้งหกรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกคดีก็ไม่ขาดอายุความส่วนที่ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่1และที่2นั้นมิใช่การฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลแต่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้จึงไม่ขาดอายุความเช่นกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งหกฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5นางแว่ว เรืองนก และจำเลยที่ 2 เป็นบุตรของนายม้วน ลำใยกับจำเลยที่ 1 ซึ่งแต่งงานอยู่กินด้วยกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่ปี 2473 นางแว่วถึงแก่กรรมเมื่อปี 2510 โจทก์ที่ 6ผู้เป็นบุตรรับมรดกแทนที่

โจทก์ทั้งหกฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายม้วนตามคำสั่งศาล นายม้วนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2514 โจทก์ทั้งหกและจำเลยทั้งสองมีสิทธิได้รับมรดกของนายม้วนเท่าเทียมกันนายม้วนมีทรัพย์มรดกคือที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 เลขที่ 671 และเลขที่ 262 ปี 2514หลังจากนายม้วนถึงแก่กรรม จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 671 และ 2373 โดยให้สัญญาว่าจะครอบครองที่ดินดังกล่าวแทนโจทก์ทั้งหกและจำเลยที่ 2 แล้วจะแบ่งให้ในภายหลังต่อมาปี 2518 จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ได้รับการแต่งตั้งจากศาลจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายม้วนร่วมกันแต่จำเลยที่ 1 มิได้จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทแต่อย่างใดหลังจากนายม้วนถึงแก่กรรมโจทก์ทั้งหกและจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินมรดกตลอดมา

จนกระทั่งประมาณเดือนพฤษภาคม 2526 จำเลยที่ 1ได้จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาโดยจำเลยที่ 2 ก็ทราบดีว่า โจทก์ทั้งหกมีสิทธิในที่ดินดังกล่าวด้วยการกระทำของจำเลยทั้งสองถือว่าเป็นการร่วมกันเบียดบังยักยอกถ่ายเททรัพย์มรดกเพื่อไม่ให้ทายาทอื่นได้รับมรดก ย่อมต้องถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 โจทก์ทั้งหกจึงร้องขอให้พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการฟ้องจำเลยที่ 1ให้แบ่งปันที่ดินมรดกทั้ง 3 แปลงแก่โจทก์ทั้งหก ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว แต่ศาลไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 เพราะคดีดังกล่าวไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ 2 ผู้รับโอนเข้ามาด้วย ขอให้พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 และเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ให้จำเลยที่ 1และหรือที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดในที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งหกถือกรรมสิทธิ์รวมกันเป็นส่วนเท่า

ๆ กัน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า คดีขาดอายุความเพราะโจทก์ทั้งหกรู้แล้วว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ให้แก่จำเลยที่ 2 แต่มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนภายใน 1 ปี และมิได้ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม ที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายม้วน แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ให้นายม้วนลงชื่อในโฉนด หลังจากนายม้วนถึงแก่กรรมจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนมรดกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวไม่เคยสัญญาว่าจะแบ่งที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งหกจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 มาตลอดในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว โดยโจทก์ทั้งหกไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง

จำเลยที่ 1 โอนที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 โดยสุจริต จำเลยทั้งสองไม่ถูกกำจัดสิทธิในการรับมรดก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ตำบลบ้านระกาศ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2526 เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งหกซึ่งมีอยู่รวม 6 ใน 12 ส่วน แล้วให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนโอนที่ดินส่วนที่เพิกถอนการโอนดังกล่าวให้โจทก์ทั้งหกคนละ 1 ใน 6 ส่วน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ ทั้ง หก และ จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ทั้ง หก และ จำเลย ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งหกและจำเลยที่ 2 แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า นายม้วน ลำใยกับจำเลยที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2473 มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ จำเลยที่ 2 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และนางแว่วเรืองนก นางแว่วถึงแก่กรรมก่อนนายม้วน โจทก์ที่ 6เป็นผู้รับมรดกแทนที่ที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ตำบลบ้านระกาศ (ระกาศ)อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวาเดิมมีชื่อนายม้วนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม2526 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนให้แก่จำเลยที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งหกว่า จำเลยที่ 2 ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 มาจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาและผู้จัดการมรดกของนายม้วนนั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกอันจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนายม้วนบิดามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ในประการแรกว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 เป็นทรัพย์มรดกของนายม้วนหรือไม่ในข้อนี้ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอรับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่รับไว้ครอบครองแทนทายาทอื่นจึงไม่เป็นทรัพย์ที่จะนำมาจัดแบ่งให้ทายาทอื่นของนายม้วนนั้น เห็นว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2373 มีชื่อนายม้วนเป็นเจ้าของในโฉนดเมื่อนายม้วนถึงแก่กรรม

จำเลยที่ 1ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่29 กันยายน 2514 ขอประกาศรับมรดกของนายม้วน โดยระบุว่านายม้วนยังมีบุตรอีก 7 คน ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.21 นอกจากนี้ในการจดทะเบียนรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ตามเอกสารหมาย จ.4เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2514 ก็ระบุไว้ชัดว่าจำเลยที่ 1 รับโอนมรดกของนายม้วน จึงฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 เป็นมรดกของนายม้วนที่ยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาทของนายม้วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ในคดีอาญาที่โจทก์ทั้งหกฟ้องจำเลยที่ 2ในความผิดฐานรับของโจร ศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงตอนหนึ่งว่า นางเผือกขอรับมรดกที่ดินพิพาท(โฉนดเลขที่ 2373) ตามฟ้องเพื่อตนเองตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2897/2530 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ

ระหว่างนายเหมือน ลำใยที่ 1 กับพวก รวม 6 คน โจทก์ นางจำลอง สุวรรณเจริญ(จำเลยที่ 2 ในคดีนี้) จำเลย การพิจารณาในคดีนี้จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวนั้น เห็นว่าในคดีอาญาดังกล่าวจำเลยที่ 1 มิได้เป็นคู่ความด้วย ทั้งในคดีอาญาดังกล่าวมิได้มีประเด็นให้วินิจฉัยโดยตรงว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2373เป็นมรดกของนายม้วนหรือไม่ ในคดีนี้จึงไม่ผูกพันให้ต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญาดังกล่าวมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ในประการต่อไปว่าจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 โดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ ในข้อนี้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 เป็นมรดกของนายม้วน

จำเลยที่ 1ได้รับโอนมาในฐานะเป็นมรดกโดยที่ยังไม่ได้มีการแบ่งให้แก่ทายาทคนอื่น และต่อมาจำเลยที่ 1 ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายม้วน จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 ซึ่งเป็นมรดกของนายม้วนไว้แทนโจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นทายาทด้วย อีกทั้งจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองไปยังทายาทอื่นว่า จำเลยที่ 1ไม่เจตนาจะครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2373 แทนทายาทอื่นอีกต่อไปเมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองโฉนดเลขที่ 2373 แทนทายาทคนอื่นด้วยดังกล่าวแล้ว แม้จำเลยที่ 1 จะครอบครองนานเพียงใดจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ในการประการสุดท้ายว่า

คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องเรียกมรดกและฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 หรือไม่ ในข้อนี้โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นทายาทนายม้วน ฟ้องขอแบ่งมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งกันดังนี้ แม้โจทก์ทั้งหกจะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายหรือนับแต่เมื่อโจทก์ทั้งหกรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีของโจทก์ทั้งหกก็ไม่ขาดอายุความ ส่วนที่โจทก์ทั้งหกฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1และที่ 2 นั้น มิใช่เป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนเนื่องเพราะการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 จึงไม่อยู่ในบังคับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240หากแต่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ฟ้องโจทก์ทั้งหกจึงไม่ขาดอายุความที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ทั้งหกและจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้นทุกข้อ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้