Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีอาญาศาลพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่พอฟังว่า จำเลยได้รู้เห็นสมคบในการรับโอนที่ดินโดยทุจริต และจำเลยก็นำสืบได้สมว่า ซื้อไว้โดยสุจริตใจแล้วชี้ขาดว่า หลักฐานไม่พอฟังว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ย่อมหมายความแต่เพียงว่า จำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตอันเป็นผิดในคดีอาญาเท่านั้นจะฟังว่าจำเลยได้รับโอนที่ดินนั้นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้คำว่าสุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญาต่างกับคำว่าสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มาสำหรับตามกฎหมายลักษณะอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้าย ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายความว่า ไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีตการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 56 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 6 ป.วิ.อ. มาตรา 46 ป.วิ.อ. มาตรา 56

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่รายพิพาทจำเลยได้ทำใบมอบฉันทะปลอมลายมือชื่อโจทก์ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานแล้วโอนขายที่แปลงนี้แก่นายสังข์ ๆ โอนต่อให้นายเนย นายเนยทำจำนองแก่นางสมบุญขอให้ศาลทำลายใบมอบฉันทะและสัญญาซื้อขายจำนองนั้นเสียศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีเกี่ยวกับที่แปลงนี้ อัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องนายเนยจำเลยในคดีนี้หาว่าปลอมหนังสือและฉ้อโกงต่อศาลแล้วศาลพิพากษาฟ้อง จึงต้องฟังว่านายเนยจำเลยได้ซื้อไว้โดยสุจริตเสียค่าตอบแทนตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา ไม่มีทางที่โจทก์จะขอให้ที่ดินกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในคดีอาญาเรื่องนั้น นางยิ้มโจทก์ในคดีนี้มิได้เป็นคู่ความด้วย และไม่มีโอกาสนำพยานสืบตามประเด็นที่กล่าวหานั้นเลย จะฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญามาใช้กับคดีนี้ไม่ได้ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาใหม่นางเนย นางสมบุญ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นในคดีนี้คงมีแต่เพียงว่า ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลทหารนั้นมาวินิจฉัยคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องนี้ได้เพียงใด ข้อวินิจฉัยของศาลทหารมีว่า "เฉพาะหลักฐานพยานโจทก์ย่อมฟังได้ว่า การโอนหน้าโฉนดรายนี้จากนางยิ้มมาเป็นของนายวอนนั้น เนื่องจากการปลอมหนังสือและฉ้อโกงของบุคคลคณะหนึ่งร่วมกันแต่ไม่ปรากฏว่าจำเลย (คือนายเนย) ผู้รับโอนต่อมาคนหนึ่งได้ร่วมการกระทำผิดด้วยตอนใด ฯลฯ ส่วนที่จำเลยสืบได้สมว่าได้ซื้อไว้โดยสุจริตใจ และนายสังข์ผู้ขายก็มีตัวอยู่ตามปากคำนายมี คดีโจทก์ไม่มีหลักฐานพอจะฟังว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจริตรายนี้ ฯลฯ"

ศาลฎีกาเห็นว่าการรับโอนโดยสุจริตและไม่สุจริตในกฎหมายแพ่งย่อมแตกต่างกันเป็นคนละอย่างกับความทุจริตหรือไม่ทุจริตในกฎหมายลักษณะอาญากล่าวคือ คำว่าโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เท่านั้น หมายแต่เพียงว่า มิได้รู้เท่าถึงการที่ไม่มีสิทธิหรือความบกพร่องในสิทธินั้นแต่ประการใดเลยส่วนความทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญานั้นหมายความแต่เพียงว่า การแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย และเสียหายแก่ผู้อื่นด้วย ฉะนั้นที่ศาลอาญาชี้ขาดว่า คดีโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจริตรายนี้จึงจะฟังว่า จำเลยได้รับโอนมาโดยสุจริตสำหรับมาใช้กับคดีแพ่งยังไม่ได้ ส่วนข้อวินิจฉัยที่ว่า "จำเลยสืบได้สมว่าซื้อโดยสุจริตใจนั้น"

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลส่วนอาญานั้นหมายความเพียงแต่ว่าจำเลยได้ซื้อไว้โดยไม่รู้สึกตนว่า ได้ทำการติดต่อกับผู้ร้าย เป็นเรื่องสุจริตใจซึ่งตรงกันข้ามกับความทุจริตตามความหมายของกฎหมายลักษณะอาญาดังกล่าวแล้วเท่านั้น แต่สำหรับความสุจริตในทางแพ่งย่อมหมายความถึงความรู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่มีมาในอดีตด้วย ศาลส่วนอาญาหาได้มุ่งชี้ถึงข้อเท็จจริงในเรื่องความสุจริตของนายเนยจำเลยตามนัยทางแพ่งนี้ไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2494

ป้ากู้เงินผู้อื่นมาโดยเอาสวนของหลานมอบให้เขาใช้ต่างดอกเบี้ย แล้วเอาเงินที่กู้มาใช้จ่ายในการรักษาหลานซึ่งวิกลจริตอยู่ ดังนี้จะว่าป้ายักยอกเอาสวนหรือเงินที่กู้มาไปเพื่อประโยชน์ตนเองไม่ถนัด ยังไม่เป็นควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้