Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ภริยาไปกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกมิได้เป็นนิติกรรมที่ภริยาทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะเพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ แต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38 และ 138 แม้สามีจะบอกล้างแล้ว ภริยาก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา 37 และ 1479 เมื่อปรากฏว่า ทรัพย์รายพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาโจทก์ก็มีสิทธิยึดได้ ผู้ร้องจะมาร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้ ถ้าหากผู้ร้องถือว่าตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาท ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามหนังสือสัญญากู้ ต่อมาตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ครบกำหนดจำเลยไม่ใช้ โจทก์จึงนำยึดที่ดินแปลงหนึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า จำเลยเป็นภริยาผู้ร้อง ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์รายนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง ๆ เพิ่งทราบเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลย ได้บอกล้างนิติกรรมการกู้ยืมนั้นแล้ว จึงเป็นโมฆะส่วนที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรส จำเลยไม่มีสินเดิม จึงไม่มีสิทธิมีส่วนในสวนพิพาท โจทก์จะบังคับเอาไปชำระหนี้ไม่ได้โจทก์ให้การว่า สวนพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลย จำเลยกับผู้ร้องขาดจากการเป็นสามีภริยากันแล้ว จำเลยครอบครองสวนพิพาทตลอดมาผู้ร้องไม่เคยบอกล้างนิติกรรมสัญญากู้กับโจทก์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องกับจำเลยยังเป็นสามีภริยากันสวนพิพาทผู้ร้องกับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยไม่มีส่วนได้ในสินสมรส เพราะไม่มีสินเดิมนั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเลยไปถึงเรื่องสินส่วนตัวของจำเลยที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า นิติกรรมการกู้ยืมเงินรายนี้มิได้เป็นนิติกรรมที่จำเลยทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะ เพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ หากแต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38 และมาตรา 138 แม้ผู้ร้องจะบอกล้างแล้ว จำเลยก็ยังต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา 37 และมาตรา 1479 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา การวินิจฉัยเช่นนี้ก็เพื่อแสดงว่าการบอกล้างนิติกรรมของผู้ร้องมิได้ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดไปอย่างใด หาเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ คดีนี้ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างและนำสืบแสดงว่าจำเลยมีสินส่วนตัวที่โจทก์จะบังคับชำระหนี้ก่อนได้ คดีจึงไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสินส่วนตัว

ฉะนั้น ผู้ร้องจะอ้างว่าสินบริคณห์ส่วนของจำเลยไม่อยู่ในบังคับที่โจทก์จะเอาไปชำระหนี้ได้ตามมาตรา 1479 เพราะโจทก์จะต้องเอาชำระจากสินส่วนตัวของจำเลยก่อนนั้นหาได้ไม่เมื่อทรัพย์รายพิพาทปรากฏว่าเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ก็มีสิทธิยึดได้ ผู้ร้องจะมาร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้ ถ้าหากผู้ร้องถือว่าตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาท ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่าจำเลยไม่มีทุนสินเดิม จึงไม่มีส่วนในสินสมรสนั้น ผู้ร้องมิได้ยกขึ้นกล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2486

เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2498

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2537

คดีร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยจึงมีอยู่ตามคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องซึ่งอ้างว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องโดยได้มาจากการแบ่งปันสินสมรสระหว่างผู้ร้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6351/2534

จำเลยเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์และครอบครองทำกินในที่ดินพิพาท ได้นำที่ดินไปจำนองแก่โจทก์ แม้ต่อมาผู้ร้องได้เข้าแย่งการครอบครองในที่ดินพิพาทจนได้สิทธิดีกว่าจำเลยก็ตามแต่ก็เป็นเวลาหลังจากท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2530

เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขัดทรัพย์แล้วไม่มีเหตุที่จะมีคำสั่งให้คืนไปทำมาใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ก็ต้องสั่งรับคำร้องไว้คำร้องขัดทรัพย์จะแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้