Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ยางรถยนต์บรรทุกแตก คนขับจึงจอดรถบนผิวจราจรถนนที่เป็นทางตรงในเวลากลางคืนโดยไม่ให้สัญญาณไฟ แสงไฟสูงของรถเก๋งส่องได้ไกลไม่น้อยกว่า 50 เมตร การที่เพิ่งเริ่มมีรอยห้ามล้อของรถเก๋งในระยะห่างรถบรรทุกประมาณ 30 เมตรแสดงว่าคนขับรถเก๋งซึ่งขับด้วยความเร็วสูงเห็นรถบรรทุกในระยะกระชั้นชิด เหตุที่รถชนกันจึงเกิดเพราะความประมาทของผู้ขับรถยนต์บรรทุกด้วยดังนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันจึงเป็นพับทั้งสองฝ่าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาข้อเท็จจริงในเบื้องต้นได้ความว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2521 นายสง่า ศิริกุลได้นำรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน จ.บ. 11039 ไปประกันภัยไว้กับโจทก์ทุนประกัน 100,000 บาท กำหนดเวลาคุ้มครอง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2521 เป็นต้นไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถเก๋งยี่ห้อเบ๊นซ์คันหมายเลขทะเบียน 9 ข - 6199 วันที่ 8 เมษายน 2522 เวลาประมาณ 4.30 นาฬิกา นายสมหมาย กำจัดภัย ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วยความประมาท โดยขับด้วยความเร็วสูงชนท้ายรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน

จ.บ. 11039 ซึ่งจอดอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ท้ายรถยนต์บรรทุกและรถเก๋ง นายสมหมายและหญิงคนหนึ่งซึ่งโดยสารมาในรถเก๋งถึงแก่กรรม ร้อยตำรวจเอกธำรง สาริกัลยะเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองระยองไปดูที่เกิดเหตุและถ่ายรูปที่ชนกันไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.2 มีรอยห้ามล้อของรถเก๋งก่อนที่จะชนรถยนต์บรรทุกพิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่ต้องวินิจฉัยมีว่า เหตุที่รถชนกันเกิดเพราะความประมาทของผู้ขับรถยนต์บรรทุกด้วยหรือไม่เพียงใด นายวิทยา อาศัยซึ่งเป็นตัวแทนประกันภัยของบริษัทโจทก์ประจำจังหวัดระยองเบิกความว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปแจ้งต่อพยานว่า รถคันที่เขาขับบรรทุกข้าวโพดเต็มคันรถเมื่อไปถึงตำบลทับมาห่างจากจังหวัดระยอง 3-4 กิโลเมตร

ยางรถแตกเขาจอดรถไว้ข้างทางและติดไฟไว้ขณะกำลังเปลี่ยนบางก็มีรถเก๋งแล่นมาชนท้ายรถคันที่เขาขับ พยานพร้อมด้วยนายสมศักดิ์พนักงานอุบัติเหตุของโจทก์ไปดูที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกจอดอยู่บนไหล่ทางด้านซ้าย ส่วนรถเก๋งมีผู้ยกไปจอดไว้ข้างทางด้านขวา ร้อยตำรวจเอกธำรงบอกพยานว่ารถเก๋งขับมาเร็วมาก สงสัยว่าคนขับจะหลับในแต่ตามภาพถ่ายหมาย จ.2 ภาพที่ 3 แสดงว่า ขณะเกิดเหตุรถยนต์บรรทุกจอดอยู่บนผิดจราจร มิใช่จอดอยู่บนไหล่ถนนตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง และตามที่นายวิทยาเบิกความ การที่ปรากฏรอยห้ามล้อของรถเก๋งก่อนที่จะชนรถยนต์บรรทุกก็แสดงว่าคนขับรถเก๋งไม่ได้หลับใน เพราะหากคนขับรถเก๋งหลับในก็จะไม่สามารถห้ามล้อได้ ส่วนจำเลยที่ 1 เบิกความว่า

ขณะเกิดเหตุรถยนต์บรรทุกไม่ได้เปิดสัญญาณไฟ และหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 เบิกความว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางตรง ถ้าคนขับรถยนต์บรรทุกเปิดไฟท้ายไว้ นายสมหมายคนขับรถเก๋งจะสามารถเห็นได้ในระยะไกล ทั้งไฟสูงของรถเก๋งส่องได้ไกลถึง 50 เมตร รอยห้ามล้อขอรถเก๋งตามภาพถ่ายหมาย จ.2 ยาว 30 เมตรแสดงว่านายสมหมายเห็นรถยนต์บรรทุกในระยะกระชั้นชิด คำขอหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวมีร้อยตำรวจเอก ธำรงพยานโจทก์เบิกความสนับสนุนว่าบริเวณที่เกิดเหตุถนนเป็นทางตรงในเวลากลางคืนถ้ารถยนต์เบ๊นซ์ เปิดไฟสูงอาจมองเห็นสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ประมาณ 200 เมตร

ศาลฎีกาเห็นว่า รถยนต์บรรทุกจอดอยู่บนผิดจราจรในเวลากลางคืน และในบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีแสงสว่างส่องไปถึงให้เห็นรถยนต์คันดังกล่าวได้ในระยะไกลห้าสิบเมตรผู้ขับรถยนต์บรรทุกต้องเปิดหรือจุดไฟให้มีแสงพอให้เห็นว่ารถนั้นจอดอยู่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2477 มาตรา 23 วรรคแรก ข้อที่ว่าผู้ขับรถยนต์บรรทุกได้เปิดหรือจุดไฟไว้หรือไม่นั้นโจทก์มีนายวิทยาเพียงคนเดียวที่เบิกความว่า ผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุแจ้งต่อพยานว่าขณะจอดรถไว้ข้างทางเขาติดไฟไว้ ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุถนนเป็นทางตรง และแสงไฟสูงของรถเก๋งสามารถส่องได้ไกลไม่น้อยกว่า 50 เมตร ถ้าหากรถยนต์บรรทุกให้สัญญาณไฟไว้ นายสมหมายก็คงจะเห็นรถยนต์บรรทุกได้ในระยะไกลพอสมควรและสามารถห้ามล้อรถให้หยุดได้ทันท่วงที

การที่เพิ่งมีรอยห้ามล้อของรถเก๋งในระยะห่างรถยนต์บรรทุกประมาณ 30 เมตร แสดงว่านายสมหมายเห็นรถยนต์บรรทุกในระยะกระชั้นชิด ข้อเท็จจริงเชื่อว่ารถยนต์บรรทุกไม่ได้ให้สัญญาณไฟไว้ เหตุที่รถชนกันจึงเกิดเพราะความประมาทของผู้ขับรถยนต์บรรทุกด้วย เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์ของนายสมหมายและผู้ขับรถยนต์บรรทุกแล้ว เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายมีความประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ศาลล่างทั้งสองให้ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันเป็นพับชอบแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5439/2561

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของโจทก์และจำเลยที่เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายกระทำไปนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่จำเลยเป็นเพียงก่อให้เกิดบัญชีเงินฝากที่ไม่ถูกต้องด้วยความประมาทเลินเล่อ แต่การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5396/2561

ก. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เก็บรักษาสมุดเช็คไว้ในตู้เซฟภายในห้องทำงาน บางครั้งจะให้ ศ. พนักงานการเงินและบัญชีกรอกรายละเอียดในเช็คที่จะสั่งจ่าย ส. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ลักเช็คพิพาททั้งสิบเจ็ดฉบับไปกรอก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10955/2558

ตาม พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 มาตรา 25 กำหนดให้ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นผู้บริหารกิจการ และตามมาตรา 26 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้อำนวยการเป็นผู้กระทำการในนาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10388/2553

ทางเดินรถของ ว. ลูกจ้างโจทก์เป็นทางโท รถในทางโทต้องยอมให้รถในทางเอกผ่านไปก่อนทั้งบริเวณสี่แยกเกิดเหตุมีป้ายจราจร "หยุด" ซึ่งบังคับให้รถในทางโทต้องหยุดรถเพื่อรอให้รถที่มาจากทางเอกผ่านพ้นสี่แยกไปก่อนจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2548

โจทก์เป็นบิดาของ ป. โจทก์ยอมให้ ป. ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อายุ 16 ปี และยังไม่มีใบอนุญาตขับรถ ขับรถยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะออกไปตามถนนสาธารณะ เป็นการเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถือว่าโจทก์มิได้ใช้ความระม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้