Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5426/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรจำเลยเช่ารถยนต์รวม 3 คัน ซึ่งเป็นของโจทก์ ส. และ น. บุตรจำเลยกลับนำรถยนต์ไปจำนำผู้มีชื่อแล้วไม่สามารถนำรถยนต์มาคืนเพราะไม่มีเงินค่าไถ่รถที่จำนำไว้ โจทก์แจ้งความเพื่อนดำเนินคดีแก่บุตรจำเลย ก. บุตรเขยแจ้งแก่จำเลยว่า ว. ได้นำรถของโจทก์ไปจำนำไว้และได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว ขอให้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินพิพาทเกี่ยวกับการที่จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงิน เนื่องจากจำเลยเป็นมารดาของ ว. ซึ่งเช่ารถยนต์ของโจทก์กับพวกไปและนำรถไปจำนำแล้วไม่มีเงินค่าไถ่รถยนต์คืน โจทก์จึงไปแจ้งความกล่าวหาบุตรสาวจำเลยและได้เจรจากัน ต่อมาจำเลยจึงได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ การที่โจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงิน หากไม่ทำก็จะดำเนินคดีอาญาแก่บุตรของจำเลย จึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายโดยสุจริต อันถือได้ว่าเป็นการขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม ไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 สัญญากู้ยืมเงินจึงมีผลใช้บังคับได้ และการที่จำเลยซึ่งมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์มาทำสัญญากู้เนื่องจากบุตรจำเลยมีหนี้กับโจทก์เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 350 ก็มิได้บัญญัติให้ต้องทำเป็นหนังสือแต่อย่างใด เมื่อไม่ปรากฏว่าได้ทำขึ้นโดยขืนใจลูกหนี้เดิมแล้ว สัญญาแปลงหนี้ใหม่จึงใช้บังคับได้ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้พิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2544 จำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ 200,000 บาท ตกลงชำระคืนเสร็จในวันที่ 4 กรกฎาคม 2544 นับแต่วันที่กู้ยืมเงิน จำเลยไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 ปีเศษ แต่ขอคิดดอกเบี้ยเพียง 1 ปี เป็นเงิน 15,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 215,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์ นางกนกวรรณ บุตรสาวจำเลยเป็นนายหน้านำรถยนต์ไปจำนำแก่พวกของโจทก์แล้วไม่ชำระหนี้ ต่อมาโจทก์นำนางกนกวรรณไปกักขังและบีบบังคับให้จำเลยลงชื่อในหนังสือสัญญากู้เงินตามฟ้องโดยมิได้กรอกข้อความ แล้วนำไปกรอกข้อความเอง หนังสือสัญญากู้เงินตามฟ้องเป็นเอกสารปลอม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 215,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (13 มิถุนายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังยุติว่า เดิมนางกนกวรรณนำรถยนต์ 3 คัน ของโจทก์ นายสินชัยและร้อยเอกวรรณโนไปจำนำไว้แก่บุคคลอื่นแล้วไม่สามารถไถ่จำนำเพื่อนำรถยนต์มาคืนแก่โจทก์กับพวกได้ โจทก์กับพวกจึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นางกนกวรรณ แล้วนางกนกวรรณตกลงว่าจะหาเงินไปไถ่จำนำรถยนต์กับยินยอมชำระค่าเช่ารถยนต์แก่โจทก์ภายใน 7 วัน แต่นางกนกวรรณไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ จึงตกลงให้โจทก์หาเงิน 150,000 บาท ไปไถ่จำนำรถยนต์ โดยนางกนกวรรณยินยอมชำระเงิน 150,000 บาท กับค่าเช่ารถยนต์ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ และนางกนกวรรณขอให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้อง ตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย

จ.2 มอบให้แก่โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้หรือไม่ เห็นว่า บุตรจำเลยเช่ารถยนต์รวม 3 คัน ซึ่งเป็นของโจทก์ นายสินชัยและร้อยเอกวรรณโน บุตรจำเลยกลับนำรถยนต์ไปจำนำผู้มีชื่อ แล้วไม่สามารถนำรถยนต์มาคืนเพราะไม่มีเงินค่าไถ่รถที่จำนำไว้ โจทก์ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่บุตรจำเลยที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี นายกรกตบุตรเขยแจ้งแก่จำเลยว่านางกนกวรรณได้นำรถของโจทก์ไปจำนำไว้ และได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว ขอให้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินพิพาท

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่เคยรู้จักกับโจทก์มาก่อนเลย ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใดกับโจทก์และไม่เคยเป็นหนี้โจทก์หรือกู้ยืมหรือขายที่ดินให้แก่โจทก์ ตลอดจนว่า เอกสารหมาย จ.1 จ.2 โจทก์กรอกข้อความเองและลายเซ็นโจทก์ก็แตกต่างกัน จำเลยทำหนังสือสัญญากู้พิพาทเพราะจำเลยเกรงกลัวต่อโจทก์เพราะโจทก์กับพวกบอกว่าหากจำเลยไม่ทำสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 นางกนกวรรณจะถูกดำเนินคดีนั้น เกี่ยวกับการที่จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 เนื่องจากจำเลยเป็นมารดาของนางกนกวรรณซึ่งเช่ารถยนต์ของโจทก์กับพวกไปและนำรถไปจำนำแล้วไม่มีเงินค่าไถ่รถยนต์คืน โจทก์จึงไปแจ้งความกล่าวหาบุตรสาวจำเลยและได้ไปเจรจากันที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีแล้วต่อมาจำเลยจึงได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ตามเอกสารหมาย

จ.2 การที่โจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงิน หากไม่ทำก็จะดำเนินคดีอาญาแก่บุตรของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายโดยสุจริต อันถือได้ว่าเป็นการขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยมไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 สัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 จึงมีผลใช้บังคับได้ และการที่จำเลยซึ่งมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์มาทำสัญญากู้เนื่องจากบุตรจำเลยมีหนี้กับโจทก์เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 ก็มิได้บัญญัติให้ต้องทำเป็นหนังสือแต่อย่างใด เมื่อไม่ปรากฏว่าได้ทำขึ้นโดยขืนใจลูกหนี้เดิมแล้ว สัญญาแปลงหนี้ใหม่ดังกล่าวจึงใช้บังคับได้ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้พิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับคำพิพากษา ศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิมชัย ตันตยานนท์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ · สุนทร ทรงฤกษ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7122/2539

จำเลยทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.3 โดยเจตนาจะชดใช้หนี้ที่สามีจำเลยซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าวให้แก่โจทก์แทนสามีจำเลย หาใช่เป็นการชำระหนี้ให้แก่ก. กรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งของโจทก์เป็นการส่วนตัวไม่ และเม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4557/2566

โจทก์ฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดง แต่โจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้มีใจความว่าผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ โดยนำโฉนดที่ดินมาให้ยึดถือไว้เป็นประกัน และจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายรับจะชดใช้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8089/2560

จำเลยที่ 3 ได้ทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้แก่โจทก์ความว่า ตามที่จำเลยที่ 1 รับจ้างปรับปรุงตกแต่งอาคารสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และได้ตกลงสั่งซื้อสินค้าและว่าจ้างโจทก์ติดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13073/2558

เมื่อจำเลยทั้งสองขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ยอมรับคำขอของจำเลยทั้งสอง โดยเรียกค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันจากจำเลยทั้งสอง พร้อมทั้งให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5112/2552

การแปลงหนี้ใหม่เป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีเพื่อระงับหนี้เดิมแล้วก่อให้เกิดหนี้ใหม่ขึ้นผูกพันกันแทน หนี้เดิมเป็นอันระงับไป แม้โจทก์จะยอมรับเช็คของจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่ายโดยจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการผู้มีอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้