เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมากับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2522 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายใจ วรรณบวร จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2532 ของศาลชั้นต้นร่วมกันชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 340 ตรี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 10 ปีให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มั่นคงพอที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยกับนายใจเป็นคนร้างชิงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น
ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่เนื่องจากเหตุที่จำเลยกับนายใจถูกฟ้องเป็นเหตุเดียวกัน แม้จะถูกฟ้องเป็นคนละคดี แต่ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเป็นคดีเดียวกัน และเหตุที่ยกฟ้องเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับนายใจซึง มิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับนายใจ วรรณบวร จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2532 ของศาลชั้นต้นด้วย.