Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5485/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยอ้างอิงพินัยกรรมแนบท้ายคำร้องเพื่อสืบเป็นพยานในชั้นอุทธรณ์ โดยมิได้ระบุไว้ในบัญชีระบุพยาน เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 จึงรับฟังไม่ได้และกรณีไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือที่จำเลยไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใด ๆ ขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือไม่ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป ฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์ไม่สั่งคำร้องจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่เคยทำสัญญายกที่ดินตามฟ้องให้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าสัญญาให้ของโจทก์เป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา และการที่โจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า จำเลยได้โอนหุ้นบริษัทบ. รถยนต์ พันธบัตรรัฐบาลและให้เงินสดแก่โจทก์ แล้วโจทก์โอนที่ดินให้จำเลยเป็นการอำพรางสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยานั้น เป็นเพียงการรับว่าจำเลยเคยให้ทรัพย์สินแก่โจทก์ เป็นการตอบข้อเท็จจริงนอกประเด็น ฎีกาจำเลยที่ว่า สัญญาให้ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนิติกรรมอำพรางโดยนิติกรรมที่แท้จริงคือสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา จึงมิใช่เรื่องที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์เป็นผู้ยกที่ดินให้จำเลยผู้เป็นภริยาระหว่างสมรสโจทก์มีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสในเวลาใดก็ได้ระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ โจทก์มีหนังสือบอกล้างไปถึงจำเลยเป็นการบอกล้างโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้นแล้ว แม้สิทธิบอกล้างจะเป็นสิทธิเฉพาะตัว แต่เมื่อมีการบอกล้างโดยชอบก่อนที่โจทก์จะถึงแก่กรรมแล้วจึงไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัวอีกต่อไปและย่อมตกทอดไปยังทายาทของโจทก์ด้วย ทายาทของโจทก์จึงเข้าเป็นคู่ความแทนได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาตามกฎหมาย ระหว่างสมรสโจทก์ได้ยกที่ดินเฉพาะส่วนให้จำเลย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะบอกล้างสัญญาให้ที่ดินดังกล่าว จึงได้มีหนังสือบอกล้างถึงจำเลยให้โอนที่ดินคืนโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้เพิกถอนขีดฆ่าหนังสือสัญญาระหว่างสมรสของโจทก์จำเลยให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนในโฉนดที่ดินตามฟ้องเป็นชื่อของโจทก์ร่วมกับจำเลยดังเดิมให้จำเลยนำสัญญาระหว่างสมรสพร้อมกับโฉนดที่ดินไปสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี เพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยยกที่ดินตามฟ้องให้จำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้บรรยายเหตุที่จะบอกล้างสัญญาและโจทก์ได้แสดงเจตนาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินตามฟ้อง จำเลยไม่ได้รับหนังสือบอกล้าง ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายเทวิน สุทัตตกุลและนางสาววาสนา ภู่พานิช ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 21051, 10935, 10936, 1279 และ 1752 ตำบลหนองปรืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระหว่างโจทก์จำเลย คำขออื่นให้ยกเสียจำเลยอุทธรณ์ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายสารวิบุล รามโกมุททายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์อนุญาต และจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 8 มิถุนายน 2533ขออนุญาตยื่นพยานเอกสารเพิ่มเติม แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งคำร้องนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาคำสั่งที่ศาลอุทธรณ์ไม่สั่งคำร้องลงวันที่ 8 มิถุนายน 2533 ของจำเลย ซึ่งจำเลยได้ยื่นระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้น

เห็นว่า การที่จำเลยอ้างอิงพินัยกรรมแนบมาท้ายคำร้องเพื่อสืบเป็นพยานในชั้นอุทธรณ์ โดยจำเลยมิได้ระบุไว้ในบัญชีระบุพยาน เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 จึงรับฟังไม่ได้ และกรณีก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือที่จำเลยไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใด ๆ ขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง

ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือไม่ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป ฎีกาคำสั่งของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาให้ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเพียงนิติกรรมอำพรางโดยนิติกรรมที่แท้จริงนั้นคือสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยานั้น เห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยทำสัญญายกที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลย มิได้ให้การต่อสู้ว่าสัญญาให้ของโจทก์เป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาและการที่โจทก์ตอบทนายความจำเลยถามค้านว่า จำเลยได้โอนหุ้นบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด รถยนต์พันธบัตรรัฐบาลและให้เงินสดแก่โจทก์ แล้วโจทก์ได้โอนที่ดินให้จำเลยเป็นการอำพรางสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยานั้น

ก็เป็นเพียงการรับว่าจำเลยเคยให้ทรัพย์สินแก่โจทก์เป็นการตอบข้อเท็จจริงนอกประเด็น ฎีกาของจำเลยข้อนี้ จึงมิใช่เรื่องที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ข้อสุดท้ายจำเลยฎีกาว่า โจทก์ใช้สิทธิบอกล้างสัญญาไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 เพราะสิทธิการบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสย่อมตกแก่จำเลยเป็นผู้บอกล้างและสิทธินี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่ตกทอดแก่ทายาทนั้นเห็นว่า โจทก์เป็นผู้ยกที่ดินให้จำเลยผู้เป็นภริยาระหว่างสมรส โจทก์จึงมีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสในเวลาใดก็ได้ระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ ซึ่งการบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสนี้โจทก์มีสำเนาหนังสือบอกล้าง และใบตอบรับไปรษณีย์มาอ้างอิงเป็นพยานหลักฐาน โดยจำเลยไม่นำสืบคัดค้านข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้บอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแก่จำเลยโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ที่ได้ตรวจชำระใหม่

พ.ศ. 2519 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้นแล้ว แม้สิทธิบอกล้างจะเป็นสิทธิเฉพาะตัว แต่เมื่อมีการบอกล้างโดยชอบดังกล่าวก่อนที่โจทก์จะถึงแก่กรรมแล้วกรณีจึงไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัวอีกต่อไปและย่อมตกทอดไปยังทายาทของโจทก์ด้วย ทายาทของโจทก์จึงเข้าเป็นคู่ความแทนได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · ปรีชา นาคพันธุ์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2534

จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของมารดาโจทก์ แม้จำเลยที่ 1เป็นยาย ของโจทก์ แต่การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการที่จำเลยที่ 1โอนทรัพย์มรดกของมารดาโจทก์ให้ตนเองและให้จำเลยที่ 2 นั้น เป็นกรณีพิพาทระหว่างโจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4147/2550

ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนมีความผิดโดยไม่คำนึงถึงว่าเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ แต่หากเด็กหญิงนั้นยินยอมก็มิได้หมายความว่า เด็กหญิงนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2915/2548

จำเลยมรณะในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 และ 43 การที่ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำขอของโจทก์จึงถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6044/2534

โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยได้ถอนการยึดที่ดินที่ร้องขัดทรัพย์แล้ว การพิจารณาคดีร้องขอเข้าแทนที่ผู้มรณะชั้นร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้