Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องบังคับจำเลยให้แบ่งแยกโฉนดที่ดินพิพาทและโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทแก่โจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามป.พ.พ. มาตรา 1383 นั้น เป็นกรณีที่จำเลยไม่มีหน้าที่ในทางนิติกรรมที่จะต้องไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาทและโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ดังนี้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแต่เมื่อโจทก์มีคำขอให้พิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทด้วยจึงควรวินิจฉัยข้อนี้ต่อไป.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และสามีเข้าครอบครองทำนาด้วยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลานานเกินกว่า10 ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ด้วยการครอบครองที่พิพาทขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 153 ตำบลดอนทราย (ทับคาง)อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เฉพาะส่วนตามแผนที่พิพาทเนื้อที่1 ไร่ 1 งานเศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ด้วยการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์และยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวแต่โจทก์อาศัยที่พิพาทของจำเลยนี้เลี้ยงวัวและปลูกพืชบ้างเป็นบางปีโจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาท และโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ อ้างว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ว่าโจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาท และโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยให้ทำเช่นนั้นอย่างไรก็ตาม คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาท จึงเห็นควรวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีหรือไม่... ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ ที่จำเลยนำสืบมา มีน้ำหนักน่าเชื่อยิ่งกว่าพยานโจทก์ รับฟังได้ว่าจำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตลอดมา ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นเจ้าของ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเพราะมิได้ครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้