Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5493/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะไม่ได้นำประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน คงมีแต่คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และขณะศาลสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา แต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมมาประกอบให้เห็นว่า คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและขณะศาลสอบคำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นความจริงและโดยสมัครใจ พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ดังกล่าวประกอบกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 226 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวน 2 หลอด หนัก 0.92 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีน จำนวน 1 หลอด โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 67, 102 ริบเฮโรอีนของกลาง ส่วนธนบัตรของกลางให้คืนเจ้าของจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพว่ามีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครอง ข้อหาอื่นปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 7(1), 15 วรรคหนึ่ง, 67, 102 จำคุก 2 ปีคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง ริบเฮโรอีนของกลางคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรกเรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทงเป็นจำคุกคนละ 10 ปี คำรับชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม เหลือจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับ จำเลยที่ 1มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนหรือไม่ ในข้อนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกณรัฐพงษ์ สายทองและนายดาบตำรวจสุชาติ โกพันธ์ มาเบิกความสอดคล้องยืนยันว่า ก่อนมอบธนบัตรของกลางให้สายลับไปล่อซื้อเฮโรอีนร้อยตำรวจเอกณรัฐพงษ์ได้นำธนบัตรของกลางไปบันทึกลงในรายงานประจำวันตามเอกสารหมาย จ.1เป็นหลักฐานก่อน เมื่อสายลับซื้อเฮโรอีนได้ 1 หลอดจึงนำกลับมามอบให้พยานพร้อมทั้งบอกว่าชายคนหนึ่งเป็นคนรับเงิน ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นผู้มอบเฮโรอีนให้โดยบอกลักษณะและการแต่งกายของชายทั้งสองคนให้พยานทราบพยานทั้งสองกับพวกจึงเข้าไปตรวจค้นและจับกุมจำเลยทั้งสองซึ่งมีลักษณะและการแต่งกายตามที่สายลับบอกทันที

พบธนบัตรของกลางตามที่ลงประจำวันไว้จากจำเลยที่ 1 และพบเฮโรอีนของกลาง 1 หลอด จากจำเลยที่ 2ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนรวมตลอดทั้งชั้นศาลในตอนแรกจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยมาขอถอนคำให้การเดิมและให้การปฏิเสธในวันสืบพยานโจทก์ ทั้งพยานโจทก์ทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุกับจำเลยทั้งสองอันจะเป็นเหตุให้แกล้งปรักปรำจำเลยทั้งสองให้ต้องรับโทษ แม้โจทก์จะไม่ได้นำสายลับมาเบิกความยืนยัน พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวประกอบกันเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนจริงตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 นำสืบว่าจำเลยที่ 2มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อเสพเอง ที่รับสารภาพในชั้นจับกุมว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนนั้นเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจขู่เข็ญบังคับและทำร้ายร่างกายก็ดี และที่รับสารภาพในชั้นศาลตอนแรกเพราะเข้าใจว่าถูกฟ้องเฉพาะในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองต่อมาเพื่อเข้าใจข้อหาแล้วจึงให้การปฏิเสธก็ดี คงมีคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ในส่วนนี้จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ ทักราล · จเร อำนวยวัฒนา · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5253/2549

คดีนี้โจทก์มิได้อ้างและนำสายลับซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความทั้ง ๆ ที่สายลับรู้เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับสิบตำรวจเอก ส. แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้มีประจักษ์พยานในคดีเพียงปากเดียว ย่อมเป็นการนำสืบพยานเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1916/2543

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาเพียงประการเดียวข้อเท็จจริงในความผิดฐานมีอีเฟดรีนเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในครอบครองเพื่อขายและฐานขายอีเฟดรีนเป็นอันยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยในส่วนที่เกี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7331/2543

โจทก์มีผู้ร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความประกอบกันว่าก่อนจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับก่อนว่า ล. จะนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบแก่จำเลยที่บริเวณคลองส่งน้ำด้านทิศเหนือของหมู่บ้านเพื่อ นำไปจำหน่ายในช่วงเวลาจับกุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2543

ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวนถึง 68 เม็ด ไว้ในครอบครอง เมื่อนำมาฟังประกอบกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและตามทางพิจารณาไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้