Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5496/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่ากันและทำบันทึกไว้ท้ายทะเบียนการหย่าว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ตกเป็นของโจทก์ทั้งหมด ส่วนหนี้สินอื่น ๆ กับสถาบันการเงินภายในสองจังหวัดดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนวันหย่า โจทก์ตกลงเป็นผู้ชำระหนี้ทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องของการจัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 แต่จำเลยต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้โจทก์ และโจทก์ต้องชำระหนี้แทนจำเลย ถือได้ว่ามีการกำหนดหน้าที่ให้โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกัน จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อมิได้ระบุเงื่อนไขไว้ว่า จำเลยจะต้องโอนทรัพย์สินให้โจทก์ก่อน โจทก์จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามข้อตกลงพร้อมกันไป การที่โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้แทนจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิไม่ยอมโอนทรัพย์สินให้โจทก์ ตามมาตรา 369 โจทก์จะยกข้อตกลงเฉพาะที่เป็นประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวมาบังคับจำเลยไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2544 โจทก์จำเลยตกลงจดทะเบียนหย่ากัน และทำบันทึกเรื่องทรัพย์สินและหนี้สินต่อกันว่า สินสมรสที่มีอยู่ภายในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทราให้ตกเป็นของโจทก์ หนี้สินที่มีต่อสถาบันการเงินในสองจังหวัดดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนวันหย่าโจทก์เป็นผู้รับชำระหนี้ทั้งหมด โจทก์ติดต่อให้จำเลยเปลี่ยนชื่อจำเลยในเอกสารสิทธิของทรัพย์สินเป็นชื่อโจทก์ จำเลยเพิกเฉย เป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจนำสินสมรสไปหารายได้เพื่อชำระหนี้ได้ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจำเลยในเอกสารสิทธิที่ดินและอาคารกับในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกท้ายฟ้องเป็นชื่อโจทก์

จำเลยให้การว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิที่ดินและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกเป็นของโจทก์นั้นไม่ใช่สินสมรส แต่เป็นสินส่วนตัวของจำเลยและบันทึกท้ายทะเบียนหย่าเป็นโมฆะ เพราะมีข้อตกลงให้โอนที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ซึ่งมีกฎหมายห้ามจำหน่ายจ่ายโอนสิทธิดังกล่าว ทั้งโจทก์ไม่ยอมชำระหนี้ตามข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 80 - 3494 ฉะเชิงเทรา และยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80 - 7342 ฉะเชิงเทราให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2544 โจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่ากันตามสำเนาใบสำคัญการหย่าเอกสารหมาย จ.2 และทำบันทึกข้อตกลงเรื่องแบ่งทรัพย์สินและหนี้สินไว้ท้ายทะเบียนการหย่าตามเอกสารหมาย จ.3 ว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทราให้ตกเป็นของโจทก์ทั้งหมด ส่วนหนี้สินอื่น ๆ กับสถาบันการเงินภายในสองจังหวัดดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนวันหย่า โจทก์ตกลงเป็นผู้ชำระหนี้ทั้งหมด ซึ่งหนี้สินกับสถาบันการเงินตามข้อตกลงนี้ได้แก่ หนี้ที่โจทก์และจำเลยมีภาระจะต้องชำระให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

รวมเป็นเงินประมาณ 6 ล้านบาท ตามบัญชีหนี้สินเอกสารหมาย จ.4 แผ่นที่ 10 หลังจากจดทะเบียนหย่าแล้วจำเลยเพิกเฉยไม่ยอมโอนทรัพย์สินตามข้อตกลงให้โจทก์ โดยไม่จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแปลงเลขที่ 18 สารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 3265 อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เอกสารหมาย จ.8 และในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 80 - 3494 ฉะเชิงเทรา ตามเอกสารหมาย จ.12 ให้เป็นชื่อของโจทก์ ฝ่ายโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าได้ชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ต่อธนาคารทั้งสองแห่งดังกล่าวแทนจำเลยตามข้อตกลงเช่นกัน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อตกลงเรื่องแบ่งทรัพย์สินและหนี้สินตามเอกสารหมาย จ.3 เป็นสัญญาต่างตอบแทนหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องของการจัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 ก็ตาม แต่เห็นได้ชัดแจ้งว่า หลังจากตกลงกันเช่นนี้แล้วจะต้องมีการปฏิบัติต่อไปโดยจำเลยต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนทรพัย์สินให้โจทก์ และโจทก์ต้องชำระหนี้แทนจำเลย จึงถือได้ว่ามีการกำหนดหน้าที่ให้โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกัน ข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.3 จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อข้อตกลงมิได้ระบุเงื่อนไขไว้ว่า จำเลยจะต้องโอนทรัพย์สินให้โจทก์ก่อนแล้วโจทก์จึงจะชำระหนี้แทนจำเลย โจทก์จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามข้อตกลงพร้อมกันไปการที่โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้แทนำจเลย

จำเลยจึงมีสิทธิไม่ยอมโอนทรัพย์สินให้โจทก์จนกว่าโจทก์จะชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ดังกล่าวเสียก่อนได้ ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 โจทก์จะยกข้อตกลงเฉพาะที่เป็นประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวมาบังคับจำเลยไม่ได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิที่จะฟ้องบังคับจำเลยให้โอนทรัพย์สินตามข้อตกลงให้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ · วิชา มหาคุณ · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568

จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัท อ. ราคา 3,150,000 บาท มาในระหว่างสมรสโดยจำเลยที่ 1 ชำระเงินบางส่วนแก่ผู้ขาย และจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคาร ท. นำเงินไปชำระหนี้ส่วนที่เหลือ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567

บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าว แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยแบ่งที่ดังกล่าวอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3029/2566

เมื่อจำเลยรับว่าที่ดินพิพาทจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนบุคคลอื่น จำเลยจึงไม่อาจยกข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ขึ้นอ้างได้ โจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้