คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า เดิมจำเลยเช่าที่ดินของกรมรถไฟหลวงไว้แห่งหนึ่งแล้วได้ปลูกสร้างโฮเต็ล โรงมหรศพและครัวไฟลงในที่ดินนั้น ต่อมาจำเลยได้เอาโฮเต็ลไปจำนองไว้กับโจทก์ โรงมหรศพและครัวไฟเอาไปขายฝากไว้กับ ร. ผู้ขัดทรัพย์แล้วจำเลยผิดสัญญา เจ้าหนี้จึงฟ้องแลนำยึดโฮเต็ลโรงมหรศพและครัวไฟออกขายทอดตลาดและเจ้าหนี้ทั้งสองนั้นต่างเป็นผู้รับซื้อไว้ กรมรถไฟหลวงซึ่งเป็นเจ้าหนี้ค่าเช่าจำเลยตามคำพิพากษาคดีแดงที่ ๓๙/๒๔๗๓ ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดนั้นก่นอ ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์เห็นว่าโฮเต็ลโรงมหรศพและครัวไฟเป็นอสังหาริมทรัพย์ผู้ร้องมีบุริมสิทธิได้แต่เพียงเหนือสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕๙ พิพากษาให้ยกคำร้อง กรมรถไฟหลวงผู้ร้องฎีกาว่าสิ่งที่ปลูกสร้างเหล่านี้เป็นส่วนควบติดอยู่กับที่ดินชั๋วคราวตามมาตรา ๑๐๙ จึงเป็นสังหาริมทรัพย์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โฮเต็ล โรงมหรศพและครัวไฟโดยสภาพของมันเองก็เป็นอสังหาริมทรัพย์ของมันเองก็เป็นอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว ส่วน ม.๑๐๗-๑๐๙ เป็นปัญหาเรื่องอะไรเป็นส่วนควบของทรัพย์หรือไม่ ฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะเป็นส่วนควบหรือไม่ จึงไม่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้ยกฎีกาผู้ร้อง