Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5502/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา การที่ผู้ซื้อทรัพย์ดำเนินการบังคับคดีต่อเนื่องจากโจทก์ จึงไม่ต้องยื่นคำขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติไว้ ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี บัญญัติว่า "เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ หากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารอาศัยอยู่ และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ซื้อทรัพย์ชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ให้ออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน..." คดีนี้ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อทรัพย์จึงมีสิทธิยื่นคำขอต่อศาลให้ออกคำบังคับให้จำเลยที่ 3 และบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์พิพาท โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่อันเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย หาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,392,254.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์ กับออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีและศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 10026 เลขที่ดิน 82 ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 65 ตารางวา พร้อมอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เลขทะเบียน 144/117 จำนวน 2 คูหา ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินดังกล่าว มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และประกาศขายทอดตลาด นายนรินทร์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ทั้งสองรายการได้ และต่อมายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้ออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินและอาคาร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินและอาคารภายใน 30 วัน จำเลยที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอให้เพิกถอนคำบังคับ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (ที่ถูก ให้ยกคำคัดค้าน) จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินและอาคารเกินกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น" คดีนี้

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ กับออกคำบังคับจำเลยทั้งสามให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสามไม่ชำระ ต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีและเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา และวันที่ 1 ตุลาคม 2545 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและอาคารพาณิชย์ของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา เห็นว่า โจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสามภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว

แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารพาณิชย์ที่ขายทอดตลาดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2551 และเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารซึ่งยังครอบครองและอาศัยอยู่ในที่ดินและอาคารดังกล่าวออกไปจากที่ดินและอาคาร การที่ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับดังกล่าว ถือว่าเป็นการบังคับคดีต่อเนื่องจากที่โจทก์ได้บังคับคดีไว้ก่อนแล้ว ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 309 ตรี บัญญัติให้ถือว่า ผู้ซื้อทรัพย์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารที่อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

อันมีผลเท่ากับให้ผู้ซื้อทรัพย์สวมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งเป็นเวลาภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ดังนั้น การที่ผู้ซื้อทรัพย์ดำเนินการบังคับคดีต่อเนื่องจากโจทก์ จึงไม่ต้องยื่นคำขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติไว้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ประการสุดท้ายว่า การที่ผู้ซื้อทรัพย์ต้องการให้จำเลยที่ 3 และบริวารออกไปจากที่ดินและอาคารพาณิชย์ที่ขายทอดตลาดต้องฟ้องเป็นคดีใหม่หรือไม่

เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี บัญญัติว่า "เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ หากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารอาศัยอยู่ และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ผู้ซื้อทรัพย์ชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ในเขตศาลให้ออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน..." คดีนี้ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนั้น ผู้ซื้อทรัพย์จึงมีสิทธิยื่นคำขอต่อศาลให้ออกคำบังคับให้จำเลยที่ 3 และบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์พิพาทโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ อันเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย หาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนผู้ซื้อทรัพย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ปริญญา ดีผดุง · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายณัฐพงษ์ โต๊ะทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางพัชรวรรณ สวัสดิทัต
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.380/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2317/2541
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2734/2541
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้