Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5526/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ส. ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการประเภทต้องร่วมรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนของจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ภายหลังจากที่หนี้ขาดอายุความแล้วแทนจำเลยที่ 1 อันเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ย่อมมีผลถึง ส. ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการที่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในหนี้นั้นด้วย ส. จึงไม่อาจยกอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อให้ตนพ้นความรับผิดได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องให้รับผิดในหนี้ดังกล่าวในฐานะที่เป็นผู้จัดการมรดกของ ส. จำเลยที่ 2 จึงยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลภายนอกตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 192 บัญญัติไว้ การละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ เพียงแต่แสดงเจตนาให้เห็นว่าเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความเท่านั้นก็เป็นการเพียงพอแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายสุชาติ คำนันท์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนายสุชาติ จำเลยที่ ๑ ซื้อไม้แปรรูปไปจากโจทก์หลายครั้ง แต่ไม่ชำระหนี้ ต่อมานายสุชาติได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และได้นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ ๒ ครั้ง แล้วเพิกเฉย จำเลยที่ ๑ ยังค้างชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน ๒๘๘,๔๘๕ บาท ต่อมานายสุชาติตาย โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ และนายสุชาติไม่เคยซื้อไม้แปรรูปจากโจทก์ นายสุชาติไม่เคยทำหนังสือรับสภาพหนี้ ไม่เคยชำระหนี้ให้โจทก์ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งงดชี้สองสถาน และวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า แม้จะได้ความจริงตามคำฟ้องของโจทก์ คดีโจทก์ก็ขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า แม้หนี้ที่โจทก์ฟ้องจะขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่ถ้าข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่าภายหลังจากล่วงเลยกำหนดอายุความแล้ว นายสุชาติได้นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วนของหนี้จำนวนตามฟ้อง แสดงให้เห็นว่านายสุชาติมีเจตนาที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ ย่อมถือได้ว่านายสุชาติได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์และต้องรับผิดชำระหนี้ที่ค้างให้โจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีนายสุชาติเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการประเภทต้องร่วมรับผิดไม่จำกัดจำนวนในบรรดาหนี้สิ้นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกของนายสุชาติ เมื่อนายสุชาติชำระหนี้ภายหลังจากหนี้ขาดอายุความแล้วแทนจำเลยที่ ๑ อันเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ย่อมมีผลถึงนายสุชาติซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการที่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในหนี้นั้นด้วย นายสุชาติจึงไม่อาจยกอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อให้ตนพ้นความรับผิดได้ ดังนั้นจำเลยที่ ๒ ที่ถูกฟ้องให้รับผิดในหนี้ของนายสุชาติดังกล่าวในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุชาติจึงจะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุชาติมิใช่เป็นบุคคลภายนอกตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๒ บัญญัติไว้ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่านายสุชาติมิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อไว้ในการชำระหนี้บางส่วนให้แก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่านายสุชาติได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งความ

ศาลฎีกาเห็นว่าการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๒ มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญแต่อย่างใด ดังนั้น เพียงแต่แสดงเจตนาให้เห็นว่าเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความเท่านั้นก็เข้าองค์ประกอบตามมาตรา ๑๙๒ ดังกล่าวแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดน่าน - นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม
ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บูรพางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3541/2566

แม้โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 เกินกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง แต่นอกจากจำเลยที่ 2 จะถูกฟ้องในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันแล้ว ยังถูกฟ้องในฐานะเป็นหุ้นส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2566

ขณะห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสามนั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. เป็นบริษัทจำกัดคือจำเลยที่ 1 แล้ว ห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2561

จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2556 และมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 24 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 30 มิถุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2559

โจทก์ฟ้องกองมรดกของจำเลยที่ 5 โดย ฐ. จำเลยที่ 4 ในฐานะทายาท จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 5 มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นเพียงพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยที่ 5 ไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้