Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5542/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่จำเลยสั่งให้โจทก์หยุดงานชั่วคราวก็เพื่อถวายการอารักขาแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ คำสั่งจำเลยที่ให้โจทก์หยุดงานชั่วคราว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ย่อมต้องทราบดีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาว่า องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เป็นประจำทุกปี ทั้งเมื่อได้รับคำสั่งให้หยุดงานชั่วคราว โจทก์มิได้ ทักท้วงหรือโต้แย้งแต่ประการใด จะถือว่าจำเลยผิดสัญญาโดยไม่จัดการ หรืออำนวยความสะดวกให้โจทก์เข้าทำงานก่อสร้างตามสัญญาเป็นการ ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้หาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายอัน เกิดจากคำสั่งของจำเลย ดังกล่าวนั้นได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้าง ค่าอุปกรณ์และค่าเสียหายจำนวน 18,198,234.78 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระค่าจ้างก่อสร้างรั้ว และค่าซื้อสิ่งของตามสัญญาซื้อขายระบบสัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งค่าก่อสร้างแก้ไขเพิ่มเติมพระตำหนักทั้ง 3 แห่งให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขณะทำสัญญาว่าจ้าง โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า จะต้องหยุดงานก่อสร้างชั่วคราวในช่วงระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประทับ ณ พระตำหนักต่าง ๆ และโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการหยุดงานชั่วคราวศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า...เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2521 จำเลยได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างรั้วกับสิ่งต่าง

ๆ เพื่อการติดตั้งเครื่องสัญญาณเกี่ยวกับระบบสัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์ ที่พระตำหนัก 4 แห่ง คือพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์และพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยโจทก์ต้องทำงานให้เสร็จเรียบร้อยและส่งมอบงานแต่ละแห่งให้แก่จำเลยภายใน 420 วัน,330 วัน, 330 วัน และ 270 วัน ตามลำดับ นับแต่วันที่จำเลยกำหนดให้ลงมือทำงานได้ ตกลงค่าจ้างรวม 81,647,000 บาท รายละเอียดปรากฏตามสัญญาว่าจ้างเอกสารหมาย จ.3 และแบบแปลนต่อท้ายสัญญาว่าจ้างเอกสารหมาย จ.57, จ.58 และ จ.59 และในวันเดียวกันจำเลยได้ทำสัญญาซื้อระบบสัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์ 4 ชุด พร้อมด้วยอุปกรณ์สำหรับติดตั้งที่พระตำหนักทั้ง 4 แห่ง ในราคา 23,885,000 บาทรายละเอียดปรากฏตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย

จ.3 เมื่อทำสัญญาดังกล่าวแล้ว โจทก์ได้ลงมือทำการก่อสร้างที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์จังหวัดเชียงใหม่ และที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนครตามลำดับ สำหรับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน กรุงเทพมหานคร นั้นจำเลยให้งดการก่อสร้าง และโจทก์ได้ลดราคาค่าก่อสร้างให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างทำการก่อสร้างพระตำหนักทั้ง 3 แห่งจำเลยสั่งให้โจทก์แก้ไขเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมงานก่อสร้างรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7, จ.17 ถึง จ.20 และ จ.22...ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า การที่จำเลยสั่งให้โจทก์หยุดทำงานในระหว่างที่โจทก์กำลังดำเนินการก่อสร้าง ถือว่าจำเลยผิดสัญญา โดยไม่จัดการหรืออำนวยความสะดวกให้โจทก์ได้เข้าไปทำงานก่อสร้างตามสัญญา เป็นการไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้

โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากคำสั่งของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215หรือไม่นั้น เห็นว่า ที่จำเลยสั่งให้โจทก์หยุดงานชั่วคราวก็เพื่อถวายการอารักขาแต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ คำสั่งจำเลยที่ให้โจทก์หยุดงานชั่วคราวจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ก็ย่อมจะต้องทราบดีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์เป็นประจำทุกปี ประกอบทั้งเมื่อได้รับคำสั่งให้หยุดงานชั่วคราวโจทก์ก็มิได้ทักท้วงหรือโต้แย้งไว้แต่ประการใด จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาตามที่โจทก์ฎีกา

โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้ไม่ได้...ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายมีว่า จำเลยจะต้องชดใช้ค่าเช่าตู้คอนเทนเนอร์และโกดังสำหรับเก็บอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่ามีอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจำเลยสั่งระงับการสั่งซื้อ แต่โจทก์สั่งระงับไม่ทัน เมื่อของส่งมาถึงประเทศไทยแล้วไม่อาจนำไปติดตั้งที่พระตำหนักทั้ง 4 แห่ง เพราะจำเลยสั่งระงับการติดตั้งโจทก์จึงต้องเช่าตู้คอนเทนเนอร์และโกดังเก็บของดังกล่าวไว้ 3 เดือนเห็นว่า สัญญาซื้อขายระบบสัญญาณเตือนภัยอิเล็กทรอนิกส์ตามเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 4 วรรคสอง ได้กำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการในการส่งมอบไว้ว่า การส่งมอบสิ่งของตามสัญญาซื้อขายนี้

ไม่ว่าจะมีการส่งมอบเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้ง ผู้ขายจะต้องแจ้งกำหนดเวลาส่งมอบแต่ละครั้งให้ผู้ซื้อทราบ โดยทำเป็นหนังสือนำไปยื่นต่อผู้ซื้อ ณ สถานที่ส่งมอบในเวลาราชการก่อนวันส่งมอบไม่น้อยกว่า3 วันทำการ พยานหลักฐานตามที่โจทก์นำสืบมาไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว หรือมีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยว่าจำเลยจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเช่าตู้คอนเทนเนอร์และโกดัง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเช่าตู้คอนเทนเนอร์และโกดังให้แก่โจทก์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4980/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อที่โจทก์ได้รับคืนมานั้นอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานโดยปราศจากความระมัดระวัดเยี่ยงวิญญูชนพึงใช้ จึงเป็นการฟ้องให้ชำระค่าเสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระค่าเสียหายโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ต้องคืนรถที่เช่าซื้อในสภาพที่เรียบร้อยใช้การได้ดี อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นใหม่จากการคืนร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2050/2566

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาดให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เข้าทำสัญญาเงินกู้หรือบันทึกข้อตกลงค้ำประกันการชําระหนี้และสัญญาจำนำหุ้น และในสถานการณ์นี้จะสั่งให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2563

การที่จำเลยส่งสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรจุอาหารตามความมุ่งหมายของโจทก์ เป็นเหตุให้สินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์ที่ผลิตโดยใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องของจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้