Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5543/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเช่าที่พิพาทซึ่งไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลหรือ คชก. จังหวัดแล้วแต่กรณี ต้องใช้สิทธิทางศาล แม้โจทก์จะฝ่าฝืนคำสั่งของ คชก.ตำบล และมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมฯ มาตรา 62 คชก.ตำบลก็ต้องใช้สิทธิทางศาลด้วย จำเลยซึ่งเป็นกรรมการ คชก.ตำบลจึงไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะนำรถแทรกเตอร์เข้าไปไถในไร่อ้อยของโจทก์ และมีความผิดฐานบุกรุก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 365 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 39 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 56 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 58 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 62 ป.อ. มาตรา 358 ป.อ. มาตรา 362

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกำนันตำบลหนองโพธิ์ จำเลยที่ 2เป็นพวกของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองกับพวกนำรถแทรกเตอร์ 4 คัน บุกรุกเข้าไปในที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครองทำให้โจทก์เสียหายโดยอ้างว่าเป็นการกระทำตามกฎหมายและมติของ คชก.ตำบลหนองโพธิ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(1)(2), 358, 359(1), 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(2), 359(4), 91, 83 ให้ลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) จำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ3,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ปรับคนละ 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นบทกฎหมายพิเศษกำหนดอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและของผู้ให้เช่ากับผู้เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้แตกต่างจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลหรือ คชก.ตำบล ได้วินิจฉัยสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่พิพาท โจทก์ไม่อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด หรือ คชก.จังหวัด เป็นผลให้คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบล ถึงที่สุดตามความในมาตรา 5 และ 56 เมื่อโจทก์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คชก.ตำบล ย่อมมีความผิดตามความในมาตรา 62 และการเช่าที่พิพาทของโจทก์ได้สิ้นสุดลงแล้ว

การปลูกอ้อยของโจทก์เป็นการปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง เมื่อเสร็จการเก็บเกี่ยวครั้งแรกหลังจากการเช่าที่พิพาทได้เลิกหรือสิ้นสุดลงแล้ว แม้การเก็บเกี่ยวอ้อยยังจะต้องรอให้งอกขึ้นมาแล้วเก็บเกี่ยวได้อีกโจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเก็บเกี่ยวอ้อยในที่พิพาทนั้นต่อไปได้อีก ตามความในมาตรา 39 การที่จำเลยทั้งสองเข้าไปไถต้นอ้อยในที่พิพาทซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ อีกแล้วย่อมไม่มีความผิดนั้นเห็นว่าตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ที่ได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้เป็นพิเศษก็ได้บัญญัติถึงคู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเช่าที่พิพาทที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด หรือ

คชก.ตำบลแล้วแต่กรณีว่าคู่กรณียื่นอุทธรณ์ต่อ คชก.จังหวัดหรือไม่ ก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อศาลได้ และในการพิจารณาคดีของศาลในเรื่องนี้ให้ถือว่าคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการดังกล่าวเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัด โดยอนุโลม ตามความในมาตรา 58และถ้าหากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คชก.ตำบล หรือคชก.จังหวัด ที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำงานของผู้มีสิทธิในที่นาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนา โดยไม่มีเหตุอันสมควรจะต้องได้รับโทษ ตามความในมาตรา 62 เช่นนี้แล้ว

แสดงว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัด คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเช่าที่พิพาทไม่พอใจในคำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลหรือ คชก.จังหวัด ก็จะต้องใช้สิทธิทางศาล แม้แต่ คชก.ตำบล หรือหรือ คชก.จังหวัดก็มีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ด้วย การที่จำเลยทั้งสองดำเนินการนำรถแทรกเตอร์เข้าไปไถไร่อ้อยของโจทก์ โดยไม่มีอำนาจจะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีความผิดตามฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1185/2561

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12082/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร แล้วร่วมกันตัดต้นแสมของผู้เสียหาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 83, 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8481/2554

คดีอาญาเรื่องใดจะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาอัตราโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดเป็นสำคัญ เมื่อความผิดในกระทงนั้นมีความผิดหลายบทรวมอยู่ด้วย ถ้าบทหนักไม่ต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553

จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2546

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 12 และมาตรา 13 กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานหรือประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้