Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5545/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำงานเป็นแคดดี้อยู่ในสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถกอล์ฟบรรทุกผู้เล่นกอล์ฟชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้ายและหลังเท้าซ้ายจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ดูแลครอบครอง เพราะการใช้รถคันเกิดเหตุจะต้องผ่านการซื้อบัตรรถกอล์ฟโดยตรงจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงได้รับประโยชน์ส่วนแบ่งเป็นค่าเช่าจากผู้เล่นกอล์ฟ และแม้การที่จำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุจะมิใช่หน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 1 แต่ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่จำเลยที่ 2 มอบหมายให้ทำ จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทน ของจำเลยที่ 2 ในด้านบริการแก่ผู้เล่นกอล์ฟ จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวการจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 564,455 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของโจทก์เอง โจทก์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยในระหว่างการรักษาโจทก์ยังคงปฏิบัติงานได้ตามปกติ จึงไม่ทำให้ขาดรายได้และไม่มีสิทธิเรียกค่าเสื่อมสภาพต่อร่างกาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน384,455 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2538จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ทำงานเป็นแคดดี้อยู่ในสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถกอล์ฟบรรทุกผู้เล่นกอล์ฟชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้ายและหลังเท้าซ้าย โจทก์รักษาตัวเบื้องต้นที่โรงพยาบาลเวชธานี เสียค่าใช้จ่ายไปจำนวน 4,455 บาทคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ในปัญหานี้โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 12 นาฬิกา พยานเลิกเล่นกอล์ฟได้เข้าไปอาบน้ำที่คลับเฮาส์ ขณะเดินออกมาเพื่อจะขึ้นรถได้ยินเสียงข้างหลังพูดว่าหยุด ๆ ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ขับรถกอล์ฟแหกโค้งออกมาชนพยานและครูดพยานไปได้รับบาดเจ็บที่ขา

ทางที่รถวิ่งมานั้นตามธรรมดาเป็นทางคนเดินแต่รถคันดังกล่าวได้วิ่งแหกโค้งออกมา โดยโจทก์มีนางพรรณี เสถียรโชค ภริยาโจทก์เบิกความได้ความว่า ในวันเกิดเหตุขณะที่พยานและโจทก์เล่นกอล์ฟเสร็จ กำลังเดินกลับจะขึ้นรถ ขณะเดินอยู่ในช่วงของทางลาดได้มีรถกอล์ฟขับลงมาจากทางลาดและออกนอกเส้นทางพุ่งเข้าชนโจทก์ ขณะนั้นโจทก์กำลังเดินอยู่ขอบทางช่วงที่ชนพยานอยู่ด้านหน้าโจทก์ประมาณ 4-5 ก้าว จากคำเบิกความของโจทก์และนางพรรณียืนยันว่าจำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุชนโจทก์โดยประมาทเลินเล่อส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุมาเบิกความ คงมีภาพถ่ายแสดงจุดที่เกิดเหตุอยู่บนช่องทางเดินรถกอล์ฟซึ่งมีป้ายห้ามขึ้นลงตามภาพถ่ายหมาย

ล.3 กับแบบจำลองแสดงที่เกิดเหตุเอกสารหมาย ล.5 โดยจำเลยที่ 2 มีนายโอภาส อภินันท์และนายวิเชียร พึ่งแย้ม ทนายจำเลยที่ 2 มาเบิกความประกอบภาพถ่ายและแบบจำลองแสดงที่เกิดเหตุดังกล่าว โดยไม่ได้ความว่าได้รับคำบอกเล่าจากผู้เห็นเหตุการณ์พยานหลักฐานจำเลยที่ 2 จึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นดังเช่นที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้าง ทั้งทางนำสืบของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้ความว่าโจทก์วิ่งตัดหน้ารถคันเกิดเหตุตามที่จำเลยที่ 2 ให้การไว้ ดังนั้น ความเสียหายที่โจทก์ได้รับจึงมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของโจทก์เองหรือโจทก์มีส่วนร่วมกระทำประมาทอยู่ด้วย แต่เป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 โดยตรง ตามที่โจทก์นำสืบไว้

จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ในปัญหานี้เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ทำงานเป็นแคดดี้อยู่ในสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2แล้วยังได้ความจากนายโอภาสพยานจำเลยที่ 2 ว่า นอกจากแคดดี้จะมีหน้าที่ช่วยผู้เล่นกอล์ฟแล้ว ยังมีหน้าที่เข้าเวรถอนวัชพืชในสนามกอล์ฟ รถกอล์ฟนั้นจะมีแคดดี้เป็นคนขับแคดดี้จะต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 2 จึงสามารถทำงานในสนามกอล์ฟได้หากแคดดี้ทำผิด ทางจำเลยที่ 2 สามารถลงโทษไล่ออกได้ โดยมีพยานเป็นผู้ดูแลแคดดี้ ผู้มาเล่นกอล์ฟจะต้องซื้อบัตรเล่นกอล์ฟ บัตรดังกล่าวจะมีตั๋วอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมอบให้แก่แคดดี้เพื่อบริการผู้เล่นกอล์ฟ

แคดดี้จะนำตั๋วดังกล่าวมาขึ้นเงิน หากต้องการแคดดี้2 คน ก็ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าแคดดี้ที่จะทำงานในสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2 ได้ อยู่ในอำนาจของจำเลยที่ 2 ที่จะอนุญาตมอบหมายให้ทำหน้าที่แคดดี้โดยตรง แคดดี้จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในด้านบริการผู้เล่นกอล์ฟแทนจำเลยที่ 2โดยผู้เล่นกอล์ฟจะต้องซื้อบัตรมีตั๋วมอบให้แคดดี้ด้วย การรับเงินของแคดดี้จึงมิใช่รับเงินโดยตรงจากผู้เล่นกอล์ฟ แต่ต้องผ่านการซื้อบัตรเล่นกอล์ฟ เงินที่ได้จากการซื้อบัตรเล่นกอล์ฟจึงเป็นของจำเลยที่ 2 แคดดี้จะต้องบริการต่อผู้เล่นกอล์ฟที่มอบตั๋วให้แก่ตนแทนจำเลยที่ 2 แล้วจึงมีสิทธินำตั๋วไปแลกเงินจากจำเลยที่ 2 จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้จ่ายค่าบริการให้แก่แคดดี้ ซึ่งเป็นลักษณะของตัวแทนว่าได้กระทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากตัวการแล้ว

แม้จำเลยที่ 2 จะนำสืบว่ารถคันเกิดเหตุมิใช่รถของจำเลยที่ 2แต่เป็นของบริษัทจี ซี อาร์ แอนด์ เอ็ม จำกัด นำมาให้ผู้เล่นกอล์ฟใช้ ทางจำเลยที่ 2อนุญาตให้นำมาใช้ในสนามกอล์ฟได้ โดยจำเลยที่ 2 จะได้รับประโยชน์ส่วนแบ่งเป็นค่าเช่านั้นก็ไม่ได้ความว่าเจ้าของรถคันเกิดเหตุได้รับประโยชน์จากการให้บริการรถของตนจากผู้ใด ใครเป็นผู้ดูแลครอบครองรถที่แคดดี้เป็นผู้ขับใช้บริการแก่ผู้เล่นกอล์ฟดังนั้น จึงต้องรับฟังว่ารถคันเกิดเหตุอยู่ในสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ดูแลครอบครอง เพราะการใช้รถคันเกิดเหตุจะต้องผ่านการซื้อบัตรรถกอล์ฟตามเอกสารหมาย ล.6 โดยตรงจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงได้รับประโยชน์ส่วนแบ่งเป็นค่าเช่าจากผู้เล่นกอล์ฟและพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุแม้จะมิใช่หน้าทโดยตรงของจำเลยที่ 1 แต่ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่จำเลยที่ 2 มอบหมายเช่นเดียวกับการถอนวัชพืชจำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในส่วนนี้โดยปริยายตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 2 ในด้านบริการแก่ผู้เล่นกอล์ฟ จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวการจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด ซึ่งจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนได้กระทำไปในขอบอำนาจแห่งตัวแทนของจำเลยที่ 2 "

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ธรรมฤาชุ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · เดิมพัน จรรยามั่น
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้