Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554977)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อทั้งหมดส่งมอบคืนแก่โจทก์ร่วมถือว่าสัญญาเช่าซื้อทุกฉบับเลิกกันตั้งแต่วันดังกล่าว จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อคงเหลือนับแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเลิกกันอีกต่อไป และโจทก์ร่วมไม่มีสิทธินำเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายล่วงหน้าเพื่อชำระค่าเช่าซื้อคงเหลือไปเรียกเก็บเงิน แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนว่า โจทก์ และเรียกจำเลยทั้งสามสำนวนว่า จำเลย โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนเป็นใจความว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นับโทษจำเลยทั้งสามสำนวนต่อกันและต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1248/2543, 591/2544 และ 592/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา บริษัทอีซูซุ เสนียนต์นครสวรรค์ จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 10 เดือน นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1248/2543 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2534 และวันที่ 12 ธันวาคม 2534 นางตองเช่าซื้อรถบรรทุกสิบล้อพร้อมดั๊มและลูกพ่วงดั๊มจากโจทก์ร่วมรวม 8 คัน ทำสัญญาเช่าซื้อ 8 ฉบับ มีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันและชำระค่าเช่าซื้อ โดยจำเลยออกเช็คตามจำนวนงวดค่าเช่าซื้อ 4 สัญญาแรก 36 ฉบับ และ 4 สัญญาหลัง 36 ฉบับ มอบให้โจทก์ร่วม และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุกับโจทก์ร่วมอีก 1 คัน โดยจำเลยออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครสวรรค์ รวม 24 ฉบับ สั่งจ่ายเงินฉบับละ 84,338 บาท มอบให้โจทก์ร่วม ซึ่งเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 4 มีนาคม 2541 และวันที่ 4 กรกฎาคม 2541 เป็นเช็คชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 13 และ 17 ต่อมาเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินหลายฉบับ

มีค่าเช่าซื้อค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกสิบล้อพร้อมดัมพ์และลูกพ่วงดั๊ม 8 สัญญา รวม 17 งวด เป็นเงิน 2,360,858 บาท และตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุรวม 10 งวด เป็นเงิน 843,380 บาท เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2541 จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนมาตุลี-นครสวรรค์ ให้โจทก์ร่วม 12 ฉบับ เพื่อชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระดังกล่าว เช็คพิพาทลงวันที่ 27 มกราคม 2541 สั่งจ่ายเงิน 416,626 บาท กับเช็คอื่นเป็นเช็คชำระค่างวดค้างตามสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกสิบล้อพร้อมดัมพ์และลูกพ่วงดัมพ์ เช็คพิพาทลงวันที่ 27 มกราคม 2541 สั่งจ่ายเงิน 168,676 บาท และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2541 สั่งจ่ายเงิน 224,901 บาท กับเช็คอื่นเป็นเช็คชำระค่างวดค้างตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ

ต่อมาเมื่อเช็คพิพาทแต่ละฉบับถึงกำหนด โจทก์ร่วมนำไปเรียกเก็บเงินแล้ว แต่ถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งห้าฉบับ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยลงลายมือสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งห้าฉบับมอบให้โจทก์ร่วมโดยมีการเขียนข้อความจำนวนเงิน ลงชื่อโจทก์ร่วมในช่องผู้รับเงินและลงวันที่สั่งจ่ายครบถ้วนแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมระงับไปเพราะคดีเลิกกันหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อทุกคันคืนแก่โจทก์ร่วมแล้ว สัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกัน

มูลหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยออกเช็คพิพาทให้โจทก์ร่วมจึงสิ้นผลผูกพัน เห็นว่า เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ เป็นเช็คที่จำเลยออกให้โจทก์ร่วมเพื่อชำระค่าเช่าซื้อและค่าเช่าซื้อค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คพิพาทแต่ละฉบับถึงกำหนดโจทก์ร่วมนำไปเรียกเก็บเงินแล้ว แต่ถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสี่ฉบับเพราะจำเลยมีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็ค การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แม้ต่อมาจำเลยจะนำรถยนต์ที่เช่าซื้อส่งมอบคืนโจทก์ร่วม อันเป็นผลให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดอาญาที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้วระงับไปไม่

จำเลยยังคงต้องรับผิดตามมูลหนี้ที่ค้างชำระ คดีอาญาจึงยังไม่เลิกกัน ส่วนเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2541 นั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อทั้งหมดส่งมอบคืนแก่โจทก์ร่วมแล้วเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2541 ถือว่าสัญญาเช่าซื้อทุกฉบับเลิกกันตั้งแต่วันดังกล่าวจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อคงเหลือนับแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเลิกกันอีกต่อไป และโจทก์ร่วมไม่มีสิทธินำเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายล่วงหน้าเพื่อชำระค่าเช่าซื้อคงเหลือไปเรียกเก็บเงินได้อีก เช็คที่จำเลยสั่งจ่ายไว้และยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินจึงไม่มีมูลหนี้กันอีกต่อไป การที่โจทก์ร่วมยังคงนำเช็คพิพาทลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นเช็คชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์อีซูซุ งวดที่ 17 ไปเรียกเก็บเงิน ภายหลังสัญญาสิ้นสุดแล้ว แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เพียง 4 กรรม ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 8 เดือน ให้ยกฟ้องสำหรับเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2541 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครสวรรค์ - นายณรงค์ ซึงถาวร
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายรังสรรค์ ดวงพัตรา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ3476-3477/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ593/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1797/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้