Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 555007)

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ลูกจ้างเพียงแต่ลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบประกาศของโจทก์นายจ้างซึ่งห้ามมิให้พนักงานทั่วไปลาออกจากงานแล้วไปประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของโจทก์ หรือเข้าทำงานกับบุคคลใดอันมีสภาพการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของโจทก์ภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยไม่มีข้อความส่วนใดในประกาศฉบับดังกล่าวที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว การลงลายมือชื่อลักษณะนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาให้ความยินยอมของลูกจ้าง เมื่อนายจ้างออกประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง จึงไม่มีผลให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ต้องปฏิบัติตาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งหกสำนวนนี้เดิมศาลแรงงานภาค 1 สั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขดำที่ 262/2550 ของศาลแรงงานกลางภาค 1 โดยให้เรียกโจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนว่า โจทก์ และเรียกจำเลยเรียงตามลำดับสำนวนว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7

ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานภาค 1 อนุญาตและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ คดีคงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะหกสำนวนนี้

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ชำระเงินจำนวน 88,942 บาท 92,988 บาท 68,432 บาท 60,788 บาท 68,446 บาท และ 84,672 บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ห้ามจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ทำงานให้กับบริษัทสุขภัณฑ์ไฮโดร (ประเทศไทย) จำกัด และห้ามจำเลยที่ 5 ทำงานให้กับบริษัทโคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องสุขภัณฑ์ กรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นลูกจ้างของโจทก์ทำงานในตำแหน่งพนักงานสร้างแม่พิมพ์ พนักงานฝ่ายผลิต และพนักงานหล่อแบบ โจทก์ประกาศเรื่องสัญญาจ้างแรงงานและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ห้ามมิให้พนักงานทั่วไปลาออกจากงานแล้วไปประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทโจทก์หรือเข้าทำงานกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดอันมีสภาพการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของโจทก์ภายในระยะเวลา 2 เดือน

หากฝ่าฝืนต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 2 เท่า ของอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยระยะเวลาที่ผิดสัญญา ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ลาออกจากบริษัทโจทก์แล้วสมัครเข้าทำงานกับบริษัทสุขภัณฑ์ไฮโดร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทโคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของโจทก์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ประกาศ เรื่อง สัญญาจ้างแรงงานข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ให้ต้องปฏิบัติหรือไม่ เห็นว่า ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นจากการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของนายจ้าง ซึ่งจะส่งผลผูกพันให้ลูกจ้างคนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมดต้องยึดถือปฏิบัติในลักษณะเดียวกับสัญญาจ้างแรงงานก็ต่อเมื่อ ฝ่ายลูกจ้างกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการแสดงเจตนายอมรับเงื่อนไขในประกาศดังกล่าวด้วยความสมัครใจ การที่ลูกจ้างเพียงแต่ลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบประกาศ โดยไม่มีข้อความส่วนใดในประกาศฉบับดังกล่าวที่แสดงให้เห็นว่า ลูกจ้างยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จึงถือไม่ได้ว่าการลงลายมือชื่อของลูกจ้างในลักษณะนี้เป็นการแสดงเจตนาให้ความยินยอม

เมื่อนายจ้างออกประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง กรณีจึงไม่มีผลให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ลูกจ้าง ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น แม้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 จะลาออกจากบริษัทโจทก์แล้วไปสมัครเข้าทำงานกับบริษัทสุขภัณฑ์ไฮโดร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทโคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของโจทก์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ที่ศาลแรงงานภาค 1 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาตามอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีป ตันสวัสดิ์ · ดิเรก อิงคนินันท์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 1 - นายองอาจ แน่นหนา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.196-201/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1921/2545

การตกลงกำหนดค่าจ้างโจทก์และลูกจ้างอื่นเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหากจำเลยผู้เป็นนายจ้างประสงค์จะลดค่าจ้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจำเลยต้องแจ้งข้อเรียกร้องต่อลูกจ้างและดำเนิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2544

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย มีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อบริษัทจำเลยได้มีประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงการลงโทษทางวินัยลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5506/2538

ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 เป็นกรณีต่อเนื่องมาจากมาตรา 19 ซึ่งเป็นเรื่องของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเกิดจากข้อเรียกร้องโดยให้มีผลผูกพันนายจ้างกับลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 1457)

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ15วันแล้วได้เปลี่ยนมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9403/2538

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่ อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ 15 วัน แล้วได้เปลี่ยน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้