Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55506)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ว่า โจทก์เบิกความโดยไม่ได้สาบานตน จำเลยมิได้แถลงคัดค้านไว้ ในขณะที่พยานเบิกความ จึงไม่รับอุทธรณ์เช่นกัน จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้นำข้อเท็จจริงที่โจทก์ที่ 2ถึงที่ 5 เบิกความยอมรับว่าขณะทำงานอยู่กับจำเลย โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 ได้ลาป่วย ลากิจ แล้วนำเงินค่าจ้างในวันดังกล่าว ไปหักออกจากเงินจำนวนที่พิพากษาให้จำเลยชำระ และอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ทั้งหกเบิกความโดยไม่ได้สาบานตนซึ่งจำเลยได้แถลงคัดค้าน ภายในกำหนดเวลาแล้วนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 46,47) คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษา เข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกและสำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ตามลำดับ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 12,337 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 11,813.50 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 9,565.50 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 12,298.50 บาท โจทก์ที่ 5 จำนวน 12,571 บาท และโจทก์ที่ 6 จำนวน 11,696 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 41) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำนวนวัน ที่จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยหักส่วนที่ขาดอายุความออกแล้ว เป็นไปตามเอกสารหมาย จ.2, จ.4, จ.6, จ.8, จ.10 และ จ.12 จำเลยอุทธรณ์ว่าต้องหักค่าจ้าง สำหรับวันที่โจทก์แต่ละคนลาป่วยลากิจตามจำนวนวันที่โจทก์ แต่ละคนเบิกความออกจากจำนวนเงินที่ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายให้โจทก์ เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ ศาลแรงงานกลางฟังว่า จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกต่ำกว่า กฎหมายกี่วัน เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ ทั้งหกเบิกความโดยไม่ได้สาบานตนก่อนนั้น เห็นว่า ในคำพยานโจทก์ดังกล่าวมีคำว่าพยานได้ปฏิญาณหรือสาบานตนแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกัน ทั้งสองกรณีต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลางมีข้อผิดพลาดนั้น เนื่องจากศาลฎีกายังไม่ได้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา จึงเป็นอำนาจของศาลแรงงานกลางที่จะแก้ไข ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 143 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ม่รับอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 206 - 211/2538นางสาวทองเผื่อน อุบลรัตน์โจทก์บริษัทชัยพรผลิตภัณฑ์ จำกัดจำเลยบริษัทชัยพรผลิตภัณฑ์ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54, ม. 31 ป.วิ.พ. ม. 143ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า

จำเลยอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ว่า โจทก์เบิกความโดยไม่ได้สาบานตน จำเลยมิได้แถลงคัดค้านไว้ ในขณะที่พยานเบิกความ จึงไม่รับอุทธรณ์เช่นกัน จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า

ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้นำข้อเท็จจริงที่โจทก์ที่ 2ถึงที่ 5 เบิกความยอมรับว่าขณะทำงานอยู่กับจำเลย โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 ได้ลาป่วย ลากิจ แล้วนำเงินค่าจ้างในวันดังกล่าว ไปหักออกจากเงินจำนวนที่พิพากษาให้จำเลยชำระ และอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ทั้งหกเบิกความโดยไม่ได้สาบานตนซึ่งจำเลยได้แถลงคัดค้าน ภายในกำหนดเวลาแล้วนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 46,47) คดีทั้งหกสำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษา เข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกและสำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ตามลำดับ

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 12,337 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 11,813.50 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 9,565.50 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 12,298.50 บาท โจทก์ที่ 5 จำนวน 12,571 บาท และโจทก์ที่ 6 จำนวน 11,696 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 41) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำนวนวัน ที่จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยหักส่วนที่ขาดอายุความออกแล้ว เป็นไปตามเอกสารหมาย จ.2, จ.4, จ.6, จ.8, จ.10 และ จ.12 จำเลยอุทธรณ์ว่าต้องหักค่าจ้าง สำหรับวันที่โจทก์แต่ละคนลาป่วยลากิจตามจำนวนวันที่โจทก์ แต่ละคนเบิกความออกจากจำนวนเงินที่ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายให้โจทก์ เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ ศาลแรงงานกลางฟังว่า จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกต่ำกว่า กฎหมายกี่วัน เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ ทั้งหกเบิกความโดยไม่ได้สาบานตนก่อนนั้น เห็นว่า ในคำพยานโจทก์ดังกล่าวมีคำว่าพยานได้ปฏิญาณหรือสาบานตนแล้ว

อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกัน ทั้งสองกรณีต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลางมีข้อผิดพลาดนั้น เนื่องจากศาลฎีกายังไม่ได้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา จึงเป็นอำนาจของศาลแรงงานกลางที่จะแก้ไข ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 143 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ม่รับอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · พรชัย สมรรถเวช · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้