Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55519)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยแม้เป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวม ยังไม่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วนและจำเลยเป็นทายาทคนหนึ่งของนายเชื้อ จำเลยจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 73) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 3625 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลีจังหวัดนครเขื่อนขันธ์ (สมุทรปราการ) โดยให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 3 ออกจากที่ดินพิพาทแล้วส่งมอบ ที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 300 บาท แก่โจทก์ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 68) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่ง ฎีกาของจำเลยพออนุโลมได้ว่า จำเลยโต้แย้งคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ซึ่งเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับบุคคลอื่น ยังมิได้แบ่ง การครอบครองเป็นส่วนสัดนั้น ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1358 และ 1359 ดังนั้นหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม บทกฎหมายดังกล่าว ก็จะต้องพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ข้อฎีกาของจำเลยจึงเป็นสาระแก่คดี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระ แก่คดีจึงไม่ชอบ ให้รับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 270/2538นางสมพรรณ รวมศิลป์โจทก์นางสาวชวาลา ล๊อกเก็ตจำเลยนางสาวชวาลา ล๊อกเก็ต จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยแม้เป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวม ยังไม่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วนและจำเลยเป็นทายาทคนหนึ่งของนายเชื้อ จำเลยจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 73) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 3625 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลีจังหวัดนครเขื่อนขันธ์ (สมุทรปราการ) โดยให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 3 ออกจากที่ดินพิพาทแล้วส่งมอบ ที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 300 บาท แก่โจทก์ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 68) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่ง ฎีกาของจำเลยพออนุโลมได้ว่า จำเลยโต้แย้งคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ซึ่งเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับบุคคลอื่น ยังมิได้แบ่ง การครอบครองเป็นส่วนสัดนั้น ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1358 และ 1359 ดังนั้นหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม บทกฎหมายดังกล่าว ก็จะต้องพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ข้อฎีกาของจำเลยจึงเป็นสาระแก่คดี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระ แก่คดีจึงไม่ชอบ ให้รับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้