Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55600)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาล มาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นการฎีกาคำสั่งยกคำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นการยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คำสั่งดังกล่าว เป็นที่สุด แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงต้องห้ามฎีกา ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่ง ฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งนำเงินค่าฤชาธรรมเนียม มาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ต่อมา เจ้าหน้าที่รายงานว่าจำเลยที่ 2 มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลภายใน ระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยก คำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 มิใช่เป็นเรื่องที่ยื่น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่ง ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83 แผ่นที่ 2-3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน 2,312,788.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 1,662,855.78 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 33,868 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 พฤศจิกายน 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จโดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดในจำนวนเงิน 1,117,525.10 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงิน 816,020.96 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 416 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 รับผิดในจำนวนเงิน 186,177.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงิน 136,003.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 70202 ตำบลทุ่งสองห้อง(สองห้อง) อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ดินโฉนดเลขที่ 1245,1249 ตำบลน้ำอ้อมอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 20 ธันวาคม 2536 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาลมาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์(อันดับ 52) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยมติที่ประชุมใหญ่มีคำสั่งว่า กรณีของจำเลยที่ 2 เป็นการอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 อาจอุทธรณ์คำสั่ง ศาลนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อ ศาลชั้นต้นและนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงิน มาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด สิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 234 ที่แก้ไขแล้ว แต่ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว โดยมิได้นำ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแต่อย่างใด จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ให้ยกคำร้อง (อันดับ 56,71) จำเลยที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการ ฎีกาคำสั่งยกคำร้องของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการยืนตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงต้องห้ามฎีกาให้ยกคำร้อง (อันดับ 73) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง มา วางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาล แต่จำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 74) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 1เห็นว่า ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่งในเรื่องนี้ จึงให้คืนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป (อันดับ 77,86)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาลมาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระตามคำสั่งแต่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือหาประกันให้ไว้เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งที่ศาลชั้นต้น ยังมิได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงมิใช่กรณีที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 อันจะเป็นที่สุดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยที่ 2จึงมีสิทธิฎีกาได้ ให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 2 ไว้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 692/2538ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์นางสาวแพรวพรรณ ชนะขันธ์ กับพวกจำเลยนายยุทธชัย ชนะขันธ์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า คดีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาล มาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ฎีกาคำสั่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นการฎีกาคำสั่งยกคำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นการยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คำสั่งดังกล่าว เป็นที่สุด แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงต้องห้ามฎีกา ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่ง ฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2537

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งนำเงินค่าฤชาธรรมเนียม มาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ต่อมา เจ้าหน้าที่รายงานว่าจำเลยที่ 2 มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลภายใน ระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยก คำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 มิใช่เป็นเรื่องที่ยื่น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่ง ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83 แผ่นที่ 2-3)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน 2,312,788.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 1,662,855.78 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 33,868 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 พฤศจิกายน 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จโดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดในจำนวนเงิน 1,117,525.10 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงิน 816,020.96 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 416 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 รับผิดในจำนวนเงิน 186,177.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงิน 136,003.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์

หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 70202 ตำบลทุ่งสองห้อง(สองห้อง) อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ดินโฉนดเลขที่ 1245,1249 ตำบลน้ำอ้อมอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 20 ธันวาคม 2536 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาลมาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์(อันดับ 52)

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยมติที่ประชุมใหญ่มีคำสั่งว่า กรณีของจำเลยที่ 2 เป็นการอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 อาจอุทธรณ์คำสั่ง ศาลนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อ ศาลชั้นต้นและนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงิน มาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด สิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 234 ที่แก้ไขแล้ว แต่ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว โดยมิได้นำ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแต่อย่างใด จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ให้ยกคำร้อง (อันดับ 56,71)

จำเลยที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการ ฎีกาคำสั่งยกคำร้องของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการยืนตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงต้องห้ามฎีกาให้ยกคำร้อง (อันดับ 73) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง มา วางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาล แต่จำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 74) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 1เห็นว่า ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่งในเรื่องนี้ จึงให้คืนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป (อันดับ 77,86)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าขึ้นศาลมาชำระให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระตามคำสั่งแต่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือหาประกันให้ไว้เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งที่ศาลชั้นต้น ยังมิได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงมิใช่กรณีที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 อันจะเป็นที่สุดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยที่ 2จึงมีสิทธิฎีกาได้ ให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 2 ไว้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้