Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55603)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์พิพาทเพียง 108,268 บาท ไม่ถึง 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเป็นฎีกา คัดค้านดุลพินิจของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ส่วนปัญหาข้อกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาลนั้น ปรากฏว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลนี้ และจำเลยก็ต่อสู้คดีมาโดยตลอดมิได้คัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล แต่อย่างใด จึงเป็นข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่อาจฎีกาได้ ดังนั้นที่ศาลมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย จึงเป็นกรณีผิดหลง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาของจำเลย เป็นไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนา อยู่ใน เขตอำนาจศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฎีกาข้อ 3 ที่ว่าโจทก์ ไม่ได้เป็นผู้ชี้ช่องให้จำเลยกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดิน เพราะสัญญาเกิดขึ้นแต่เวลาเมื่อ คำบอกกล่าวสนองรับซื้อที่ดินเอกสารหมาย ล.2 ไปถึงจำเลย และตรงกับคำเสนอขายที่ดินของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 361 และฎีกาที่ว่า สัญญานายหน้าเอกสารหมาย จ.1 ไม่ครบองค์ประกอบที่จะเป็น นิติกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 จึงไม่มีผลบังคับนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 108,268 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 100,714 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาและต่อมามีคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งเป็นไม่รับฎีกาของจำเลยดังกล่าว(อันดับ 71,77) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 80)คำสั่ง จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกัน มาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 699/2538นายสุเมต เกษมสุขโจทก์นางฉลาด ลาภเกินจำเลยนางฉลาด ลาภเกิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์พิพาทเพียง 108,268 บาท ไม่ถึง 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเป็นฎีกา คัดค้านดุลพินิจของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ส่วนปัญหาข้อกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาลนั้น ปรากฏว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลนี้ และจำเลยก็ต่อสู้คดีมาโดยตลอดมิได้คัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล แต่อย่างใด จึงเป็นข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่อาจฎีกาได้ ดังนั้นที่ศาลมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย จึงเป็นกรณีผิดหลง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาของจำเลย เป็นไม่รับฎีกา ของจำเลย

จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนา อยู่ใน เขตอำนาจศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฎีกาข้อ 3 ที่ว่าโจทก์ ไม่ได้เป็นผู้ชี้ช่องให้จำเลยกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดิน เพราะสัญญาเกิดขึ้นแต่เวลาเมื่อ คำบอกกล่าวสนองรับซื้อที่ดินเอกสารหมาย ล.2 ไปถึงจำเลย และตรงกับคำเสนอขายที่ดินของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 361 และฎีกาที่ว่า สัญญานายหน้าเอกสารหมาย จ.1 ไม่ครบองค์ประกอบที่จะเป็น นิติกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 จึงไม่มีผลบังคับนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 108,268 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 100,714 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาและต่อมามีคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งเป็นไม่รับฎีกาของจำเลยดังกล่าว(อันดับ 71,77) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 80)คำสั่ง จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกัน มาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัชกร อัชกุล · อุดม มั่งมีดี · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้