Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55620)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเหตุว่าอุทธรณ์ของจำเลยยื่นล่วงเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายเวลายื่นอุทธรณ์แก่จำเลยอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 นั้นมิใช่ด้วยเหตุเนื้อหาในอุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์อันจะเป็นที่สุดตามมาตรา 236 จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนภารจำยอมถนนคอนกรีตทางพิพาทกว้าง 2 เมตร ยาว 24 เมตร ซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 11243 แขวงบางปะแก้ว (บางปะแก้วนอก)เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ของจำเลยแก่ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 40597 แขวงบางปะแก้ว เขตราษฎร์บูรณะกรุงเทพมหานคร โดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย หากจำเลยที่ 1ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเปิดรั้วสังกะสีและสิ่งกีดขวางออกจากด้านหลังตึกแถวเลขที่ 724/4 ของโจทก์โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 11,400 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะร่วมกันชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายวันละ 100 บาท แก่โจทก์นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะเปิดแนวรั้วสังกะสีและสิ่งกีดขวางด้านหลังตึกแถวของโจทก์ออกไปจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วันศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ (วันที่ 28 กันยายน 2536)ต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม 2536

จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้จำเลยทั้งสองขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 28 กันยายน 2536

จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์อ้างว่า จำเลยทั้งสองอ่านลายมือศาลแล้วเข้าใจผิดไปจากข้อความที่ศาลสั่ง โดยเข้าใจว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน โดยมิได้ระบุว่าขอให้นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์หรือนับแต่วันใด การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 15 วันนับแต่วันมีคำสั่งโดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกับที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจเถียงว่าตนเองเข้าใจว่าศาลชั้นต้นสั่งให้ขยายไป 15 วันนับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์และที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าอ่านลายมือเขียนของศาลชั้นต้นไม่ออกก็ไม่น่าเชื่อถือเพราะศาลชั้นต้นเขียนคำสั่งไว้ชัดเจนพออ่านออกได้ทั้งหมดอยู่แล้วเมื่อจำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดเวลาที่ขยายให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย โดยเหตุว่าอุทธรณ์ของจำเลยยื่นล่วงเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายเวลายื่นอุทธรณ์แก่จำเลย อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 มิใช่ด้วยเหตุเนื้อหาในอุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์อันจะเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ตามนัยคำสั่งศาลฎีกา คำร้องที่ 2603/2534 ให้รับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · สุรินทร์ นาควิเชียร · จำลอง สุขศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้