Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55673)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้ทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 3.1 เป็นฎีกาที่โจทก์ โต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปโดย ไม่ถูกต้อง ไม่ยึดหลักเกณฑ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และฎีกาข้อ 3.2 เป็นฎีกาที่โจทก์โต้แย้งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย เป็นการนอกประเด็น ฎีกาทั้งสองข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาส่วนฎีกาข้อ 3.3 เป็นฎีกาโต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ เห็นผิดไปในเรื่องของ "เงินจากยอดราคาขายที่ดินกับเงินที่ จะใช้สำหรับค่านายหน้า"ตามข้อกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 จึงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และฎีกาข้อ 3.4 ที่ว่า เงินที่จำเลยทั้งห้าได้ตัดเอาไปจากยอดราคาขายที่ดินของโจทก์ ย่อมไม่ใช่เงินค่านายหน้า แต่เป็นเงินส่วนหนึ่งของเงินราคาที่ดิน ดังนั้นเงินที่ขาดจำนวนไปจากยอดราคาขายที่ดินย่อมเป็นเงิน ที่จำเลยทั้งห้ายังไม่ชำระราคาที่ดินให้ครบ ไม่ใช่ค่านายหน้าอย่างที่ศาลเห็น จึงเป็นฎีกาที่โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าไม่ถูกต้องและเป็นสาระสำคัญแห่งคดี อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งห้ายังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 199,423 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ในต้นเงิน 160,825 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 86) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งห้า ได้ชำระราคาที่ดินให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ส่วนเงินที่โจทก์ฟ้อง เรียกเอาจากจำเลยทั้งห้านั้น เป็นเงินที่จำเลยทั้งห้าหักไว้ เป็นค่านายหน้า โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งห้าไม่ใช่นายหน้า ขายที่ดินให้โจทก์ และโจทก์ไม่เคยตกลงให้จำเลยหักค่านายหน้าไว้ จำเลยทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิหักเงินค่าที่ดินดังกล่าวไว้ เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1064/2538นางบุญส่ง มาบรรดิษโจทก์นางนิภาพร เมืองน้อย กับพวกจำเลยนางบุญส่ง มาบรรดิษ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้ทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 3.1 เป็นฎีกาที่โจทก์ โต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปโดย ไม่ถูกต้อง ไม่ยึดหลักเกณฑ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และฎีกาข้อ 3.2 เป็นฎีกาที่โจทก์โต้แย้งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย เป็นการนอกประเด็น ฎีกาทั้งสองข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาส่วนฎีกาข้อ 3.3 เป็นฎีกาโต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ เห็นผิดไปในเรื่องของ

"เงินจากยอดราคาขายที่ดินกับเงินที่ จะใช้สำหรับค่านายหน้า"ตามข้อกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 จึงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และฎีกาข้อ 3.4 ที่ว่า เงินที่จำเลยทั้งห้าได้ตัดเอาไปจากยอดราคาขายที่ดินของโจทก์ ย่อมไม่ใช่เงินค่านายหน้า แต่เป็นเงินส่วนหนึ่งของเงินราคาที่ดิน ดังนั้นเงินที่ขาดจำนวนไปจากยอดราคาขายที่ดินย่อมเป็นเงิน ที่จำเลยทั้งห้ายังไม่ชำระราคาที่ดินให้ครบ ไม่ใช่ค่านายหน้าอย่างที่ศาลเห็น จึงเป็นฎีกาที่โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าไม่ถูกต้องและเป็นสาระสำคัญแห่งคดี อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งห้ายังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 199,423 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ในต้นเงิน 160,825 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 86) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งห้า ได้ชำระราคาที่ดินให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ส่วนเงินที่โจทก์ฟ้อง เรียกเอาจากจำเลยทั้งห้านั้น เป็นเงินที่จำเลยทั้งห้าหักไว้ เป็นค่านายหน้า โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งห้าไม่ใช่นายหน้า ขายที่ดินให้โจทก์ และโจทก์ไม่เคยตกลงให้จำเลยหักค่านายหน้าไว้ จำเลยทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิหักเงินค่าที่ดินดังกล่าวไว้ เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้