คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า ผู้ตายมีพรรคพวกอีก 5 คน พากันมาหน้าบ้านจำเลยผู้ตายผลักบานประตูบ้านของจำเลยเปิดออก แล้วเกิดโต้เถียงกันถึงเรื่องผู้ตายหาว่าจำเลยกล่าวหาผู้ตายว่าเป็นผู้ร้ายทำการปล้นจำเลยบอกให้ผู้ตายกลับไปบ้านเสียก่อน เพราะกำลังเมามาย หายเมาแล้วมาพูดกัน ผู้ตายไม่ยอมกลับจำเลยปิดประตู ผู้ตายผลักบานประตูกระแทกจำเลยเซ แล้วผู้ตายก้าวเท้าหนึ่งล้ำเข้าไปในประตู และใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงจำเลย จำเลยหลบเสีย มีดจึงไม่ถูก ขณะนั้นจำเลยกลับมาจากไปตรวจจับโจรผู้ร้าย มีปืนอยู่ในกระเป๋ากางเกง พอผู้ตายแทงซ้ำ จำเลยก็ใช้ปืนยิงผู้ตาย 2 นัดซ้อน ผู้ตายเซล้มลงขาดใจตายโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ใช้ปืนยิง เพื่อป้องกันตัวไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตายศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัว แต่กระทำเกินกว่าเหตุ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ประกอบด้วยมาตรา 53 ริบปืน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวสมควรแก่เหตุตามมาตรา 50
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฟ้องอัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนายหีดโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเป็นการป้องกันตัว แต่กระทำเกินกว่าเหตุ จึงควรได้รับโทษ อัยการและนายหีดโจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงถือว่าโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมา นายหีดโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาใหม่ไม่ได้ ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่า จำเลยได้ทำการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรลงโทษจำเลยพิพากษายืน