Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55715)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อ 2.2 นั้น ถึงแม้ผลคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผล ของคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไปได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรจะได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยขับรถบรรทุกสินค้ามาถึงช้ากว่ารถยนต์คันอื่นเพียง 50 นาทีเท่านั้น หาใช่ 2 ชั่วโมง ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของคดี ส่วนฎีกาข้อ 2.2ที่ว่าบริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมมีผลให้การร้องทุกข์ และการดำเนินกระบวนพิจารณาของคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยได้ หาใช่ข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระอันควรที่จะได้รับการวินิจฉัยไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ เครื่องคอมเพรสเซอร์ จำนวน 35 เครื่อง เป็นเงิน 288,750 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 97) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจาก ข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัด มิได้เป็นผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเว้นแต่จะมี คำร้องทุกข์ตามระเบียบก็เฉพาะแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้เท่านั้น เมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินมิใช่เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้บริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัด ย่อมจะกล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนจำเลย ได้โดยชอบอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัดจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ มีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่ ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยในข้อนี้แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1248/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายดอกเทียน ปิ่นโตจำเลยนายดอกเทียน ปิ่นโต จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 121, ม. 218 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อ 2.2 นั้น ถึงแม้ผลคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผล ของคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไปได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรจะได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยขับรถบรรทุกสินค้ามาถึงช้ากว่ารถยนต์คันอื่นเพียง 50 นาทีเท่านั้น หาใช่ 2 ชั่วโมง ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของคดี ส่วนฎีกาข้อ 2.2ที่ว่าบริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น

จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมมีผลให้การร้องทุกข์ และการดำเนินกระบวนพิจารณาของคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยได้ หาใช่ข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระอันควรที่จะได้รับการวินิจฉัยไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ เครื่องคอมเพรสเซอร์ จำนวน 35 เครื่อง เป็นเงิน 288,750 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 97) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจาก ข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัด มิได้เป็นผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเว้นแต่จะมี คำร้องทุกข์ตามระเบียบก็เฉพาะแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้เท่านั้น เมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินมิใช่เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้บริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น

จำกัด ย่อมจะกล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนจำเลย ได้โดยชอบอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัดจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ มีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่ ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยในข้อนี้แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อร่าม หุตางกูร · ไพศาล รางชางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้