Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55739)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 269) คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระเงินจำนวน 2,705,659.24 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 2,691,281.17 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสอง ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์สินจำนองและ ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินสุทธิ ชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมด้วยอุปกรณ์จนครบถ้วน และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์ ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน โฉนดเลขที่ 515 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 138/13-14 บนที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่จำนองไว้กับโจทก์ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้น จำเลยทั้งสองใช้เพื่อ ประกอบการพาณิชยกรรมตั้งเป็นร้านค้าส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่ง ตั้งเป็นสมาคมชาวไร่สีคิ้ว จำเลยทั้งสองมีรายได้ประจำปีจากการประกอบกิจการดังกล่าวเพียงพอที่จะชำระหนี้ตาม คำพิพากษาได้ ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ หรือการประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองแทนการสั่งขายทอดตลาด ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทั้งสองประกอบการ ค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดและสมาคมชาวไร่สีคิ้วเป็นกิจการประเภทบิลเลียด สนุกเกอร์ มีรายได้ประจำปีไม่พอชำระหนี้โจทก์นับแต่ศาลฎีกามีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระหนี้ หรือติดต่อขอชำระหนี้ให้โจทก์เลย ยอดหนี้คิดถึงวันไต่สวน เป็นเงิน 5,878,366.27 บาท จำเลยทั้งสองมีเจตนาประวิงคดี ทำให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ล่าช้า ขอให้ยกคำร้อง วันที่ 18 กรกฎาคม 2537 ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนคำร้องจำเลยทั้งสองรับว่าเป็นหนี้โจทก์ในยอดหนี้ จำนวน 5,878,366.27 บาท จริง และยังไม่ได้ชำระ ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน (อันดับ 256) จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 262,261) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าคำร้องของ จำเลยพอแปลได้ว่า เป็นการขอให้คุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 264 จึงมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 242)คำสั่ง ตามคำร้องพอแปลได้ว่า จำเลยขอคุ้มครองประโยชน์ ของจำเลยในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรให้งด การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทระหว่างฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1424/2538ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์นายประจักษ์ เจียรพันธ์พงษ์ กับพวกจำเลยนายประจักษ์ เจียรพันธ์พงษ์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสุกัญญา เจียรพันธ์พงษ์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 264ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 269) คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระเงินจำนวน 2,705,659.24 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 2,691,281.17 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสอง ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์สินจำนองและ ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินสุทธิ ชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมด้วยอุปกรณ์จนครบถ้วน และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์ ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน

โฉนดเลขที่ 515 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 138/13-14 บนที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่จำนองไว้กับโจทก์ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้น จำเลยทั้งสองใช้เพื่อ ประกอบการพาณิชยกรรมตั้งเป็นร้านค้าส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่ง ตั้งเป็นสมาคมชาวไร่สีคิ้ว จำเลยทั้งสองมีรายได้ประจำปีจากการประกอบกิจการดังกล่าวเพียงพอที่จะชำระหนี้ตาม คำพิพากษาได้ ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ หรือการประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองแทนการสั่งขายทอดตลาด ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า

จำเลยทั้งสองประกอบการ ค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดและสมาคมชาวไร่สีคิ้วเป็นกิจการประเภทบิลเลียด สนุกเกอร์ มีรายได้ประจำปีไม่พอชำระหนี้โจทก์นับแต่ศาลฎีกามีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระหนี้ หรือติดต่อขอชำระหนี้ให้โจทก์เลย ยอดหนี้คิดถึงวันไต่สวน เป็นเงิน 5,878,366.27 บาท จำเลยทั้งสองมีเจตนาประวิงคดี ทำให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ล่าช้า ขอให้ยกคำร้อง วันที่ 18 กรกฎาคม 2537 ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนคำร้องจำเลยทั้งสองรับว่าเป็นหนี้โจทก์ในยอดหนี้ จำนวน 5,878,366.27 บาท จริง และยังไม่ได้ชำระ ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (อันดับ 256) จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 262,261) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าคำร้องของ จำเลยพอแปลได้ว่า เป็นการขอให้คุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 264 จึงมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 242)คำสั่ง ตามคำร้องพอแปลได้ว่า จำเลยขอคุ้มครองประโยชน์ ของจำเลยในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรให้งด การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทระหว่างฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้