Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55871)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุดแล้วไม่รับฎีกาคำสั่ง คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทว่าเป็นของตนอันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง คดียังไม่ถึงที่สุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทหมาย จ.5 กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ปีละ 7,500 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นไปจนกว่า จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงรับอุทธรณ์จำเลยในปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเกิน 1 ปี หรือไม่ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท (ทุนทรัพย์สองหมื่นแปดพันห้าร้อยบาท) จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 ไม่ใช่กรณีตามวรรคสองศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ยกคำร้อง และให้ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 6) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 7)คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2271/2538นางปิ่น หอมรื่นโจทก์นายผ่อง หงษ์ยนต์จำเลยนายผ่อง หงษ์ยนต์ โดยนายพิน หงษ์ยนต์ผู้ยื่นคำร้องผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุดแล้วไม่รับฎีกาคำสั่ง คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทว่าเป็นของตนอันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง คดียังไม่ถึงที่สุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทหมาย จ.5 กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ปีละ 7,500 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นไปจนกว่า

จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงรับอุทธรณ์จำเลยในปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเกิน 1 ปี หรือไม่ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท (ทุนทรัพย์สองหมื่นแปดพันห้าร้อยบาท) จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 ไม่ใช่กรณีตามวรรคสองศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ยกคำร้อง และให้ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 6) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 7)คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้