Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 559162)

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้... (2) มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน" จึงเห็นได้ว่าจำนวนสมาชิกที่เล่นแชร์นั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นการเล่นแชร์วงเดียวกันเท่านั้น แต่อาจเป็นการเล่นแชร์คนละวงกันหรือหลายวงต่างกันได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าในการเป็นนายวงแชร์หรือเล่นแชร์นั้นมีสมาชิกวงแชร์ทุกวงจำนวนรวมกันมากกว่า 30 คน เมื่อตามฎีกาของจำเลยที่ 1 รับว่า แชร์วงใหญ่ประกอบด้วยวงแชร์ 2 วง จำนวนสมาชิกวงละ 29 คน จึงมีจำนวนรวมกัน 58 คน เป็นจำนวนมากกว่า 30 คน และแชร์วงเล็กมีจำนวนวงละ 27 คน จึงมีจำนวน 54 คน อันเป็นจำนวนมากกว่า 30 คนเช่นกัน จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่าโจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343 และพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 4, 6, 17 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายจำนวน 28 คน และ 26 คน เป็นเงิน 5,562,500 บาทและ 3,116,700 บาท ตามลำดับ และให้นับโทษจำเลยทั้งสองในสำนวนหลังต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในสำนวนแรก

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ระหว่างพิจารณานางพิสมัย นางอัมราภรณ์ นางทองใบ นางบัวสร้อย นายวีระ นายคะนอง นายจำนงค์ นายบุญถิน และนายสมบูรณ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน ส่วนข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ โจทก์ร่วมไม่เป็นผู้เสียหาย จึงไม่อนุญาต โดยให้เรียกนางพิสมัยว่าโจทก์ร่วมที่ 1 นางอัมราภรณ์ว่าโจทก์ร่วมที่ 2 นางทองใบว่าโจทก์ร่วมที่ 3 นางบัวสร้อยว่าโจทก์ร่วมที่ 4 นายวีระ ว่าโจทก์ร่วมที่ 5 นายคะนองว่าโจทก์ร่วมที่ 6 นายจำนงค์ว่าโจทก์ร่วมที่ 7 นายบุญถินว่าโจทก์ร่วมที่ 8 และนายสมบูรณ์ว่า โจทก์ร่วมที่ 9

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (2), 17 (ที่ถูก ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 รวม 12 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียว จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 อีกเช่นกันว่า แชร์วงใหญ่ตามสำนวนแรกและแชร์วงเล็กตามสำนวนหลังมีสมาชิกวงแชร์รวมกันแต่ละวงกว่า 30 คนหรือไม่ สำหรับปัญหานี้พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์ หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (2) มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน" จึงเห็นได้ว่าจำนวนสมาชิกที่เล่นแชร์นั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นการเล่นแชร์วงเดียวกันเท่านั้น แต่อาจเป็นการเล่นแชร์คนละวงกันหรือหลายวงต่างกันได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าในการเป็นนายวงแชร์หรือเล่นแชร์นั้นมีสมาชิกวงแชร์ทุกวงจำนวนรวมกันมากกว่า 30 คน

ดังนั้นเมื่อตามฎีกาของจำเลยที่ 1 รับว่า แชร์วงใหญ่มือละ 1,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยวงแชร์ 2 วง จำนวนสมาชิกวงละ 29 คน จึงมีจำนวนรวมกัน 58 คน จึงเป็นจำนวนมากกว่า 30 คน กรณีแชร์วงเล็กมือละ 500 บาท ซึ่งมีจำนวนวงละ 27 คน จึงมีจำนวนรวม 54 คน อันเป็นจำนวนมากกว่า 30 คนเช่นกัน ดังนั้นทั้งแชร์วงใหญ่ตามสำนวนแรกและแชร์วงเล็กตามสำนวนหลังจึงมีจำนวนสมาชิกวงแชร์ในแต่ละสำนวนมากกว่า 30 คนแล้ว จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (2) ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยแล้ว กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่ามีสมาชิกวงแชร์บางคนไม่ได้เล่นแชร์ แต่กลับมาลงชื่อเป็นสมาชิกในการแล่นแชร์โดยอาศัยความเป็นญาติหรืออาศัยความเป็นสามีภริยา

รวมทั้งข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ที่โจทก์อ้างว่าแชร์ทั้ง 2 วง ยังมีสมาชิกอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องที่ไม่ได้รับความเสียหายเพราะเปียแชร์ได้แล้ว ได้รับเงินครบถ้วนสมาชิกวงแชร์ทั้ง 2 วง จึงรับฟังว่าการเล่นแชร์ดังกล่าวมีสมาชิกเกิน 30 คน ไม่ได้ เพราะโจทก์อ้างส่งเพียงคำให้การชั้นสอบสวนไม่ได้นำบุคคลดังกล่าวมาเบิกความต่อศาลให้จำเลยที่ 1 มีโอกาสซักค้าน ทั้งไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวเล่นแชร์วงใหญ่ มือละ 1,000 บาท วงใดจึงไม่อาจนำคำให้การของบุคคลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณา เพื่อลงโทษจำเลยที่ 1 ได้ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป สำหรับปัญหาต่อไปศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าเป็นนายวงแชร์และจัดให้มีการเล่นแชร์ตามฟ้อง กับปัญหาว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่

สำหรับปัญหาเรื่องจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เบิกความรับว่า เห็นจำเลยที่ 1 จัดการเล่นแชร์ เช่นห่อเงินมาแต่แรก จำเลยที่ 2 ก็ไม่เคยทักท้วง ยอมให้จำเลยที่ 1 จัดให้มีการเล่นแชร์ตลอดมา โดยยอมให้จำเลยที่ 1 วางมือในงานด้านอื่น ทั้งเรื่องในครอบครัว คือการเลี้ยงดูบุตรที่ยังเล็กกำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล และการทำมาหากิน การทำฟาร์มหมู การตกแต่งหมูขึ้นเขียง เพื่อนำไปขายในตลาด ส่วนการจัดให้มีการเล่นแชร์ จำเลยที่ 2 ก็เบิกความความรับว่า ตนก็ได้เข้าไปเกี่ยวข้องตามที่ข้อเท็จจริงรับฟังยุติข้างต้นว่า จำเลยที่ 2 เคยนำห่อดอกเบี้ยไปส่งให้นางอุ่น สมาชิกวงแชร์ เมื่อวงแชร์มีปัญหาขัดข้องด้านการเงิน

จำเลยที่ 2 ก็เบิกความรับว่า ตนได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา โดยจัดตั้งวงแชร์ใหม่เพื่อให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายวงแชร์ นำเงิน 2 มือแรก ที่ตกเป็นของจำเลยที่ 1 เนื่องจากนายวงโดยไม่ต้องเปียและเสียดอกเบี้ยไปจ่ายให้โจทก์ร่วมที่ 2 และนางอุ่นสมาชิกวงแชร์ในคดีนี้ นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังเบิกความรับว่า จำเลยที่ 2 ยังได้ไปยืมเงินจากเพื่อน ๆ รวมทั้งสิ้น 140,000 บาท แล้วนำเงินดังกล่าวบางส่วน 60,000 บาท และอีก 40,000 บาท ไปชำระให้นางสดใสกับนางดวงมณี ต่อจากนั้นก็นำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ได้เงินมา 200,000 บาท และนำเงินที่เหลือจากคืนให้เพื่อนๆ ที่ยืมมาไปมอบให้กลุ่มผู้เสียหายคดีนี้ รวมทั้งไปเก็บเงินจากสมาชิกวงแชร์ ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ก็รับว่าจำเลยที่ 1 เข้าเจรจาต่อรองกับสมาชิกวงแชร์ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้และแจ้งให้โจทก์ร่วมที่ 6 กับผู้เสียหายบางส่วนทราบว่าตนได้ให้จำเลยที่ 1 ไปกู้ยืมเงินจากธนาคารมาชำระค่าเสียหายให้สมาชิกวงแชร์ แต่ตกลงเรื่องจำนวนค่าเสียหายที่จะชำระให้แก่สมาชิกวงแชร์ไม่ได้

การเจรจาจึงล้มเหลว พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเดียวกับจำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 ได้รู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ภริยาตนมีความสามารถทั้งจัดการเล่นแชร์และเป็นนายวงแชร์ จึงยอมร่วมแล่นแชร์กับจำเลยที่ 1 ในฐานะนายวงแชร์และจัดการเล่นแชร์ด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 จัดการเล่นแชร์แล้วมีปัญหาวงแชร์จะล้มไม่สามารถดำเนินการได้ต่อไป จำเลยที่ 2 ก็สามารถเข้ามาตัดสินใจและจัดการแก้ปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากจำเลยที่ 1 อันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ ตามกฎหมายถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการร่วมเป็นนายวงแชร์และจัดการเล่นแชร์ตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว ส่วนในเรื่องการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นความผิดกรรมเดียวตามฎีกา

จำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า สำหรับแชร์วงเล็กมือละ 500 บาท นั้น เกิดขึ้นภายหลังจากจำเลยที่ 1 ได้เป็นนายวงแชร์และดำเนินการเล่นแชร์ประสบผลสำเร็จสมาชิกวงแชร์ของจำเลยทั้งสองทุกคนได้รับเงิน (ทุน) กองกลางแต่ละงวดได้ครบถ้วน ทำให้สมาชิกวงแชร์วงใหญ่อยากเล่นแชร์กับจำเลยที่ 1 เพิ่ม รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่มีรายได้น้อย จำเลยทั้งสองจึงจัดตั้งแชร์วงเล็กมือละ 500 บาทขึ้น ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ก็สอดคล้องกับคำฟ้องที่ระบุว่าแชร์วงใหญ่เล่นกัน (เกิดเหตุ) ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2546 และวันที่ 6 พฤศจิกายน 2546 ส่วนแชร์วงเล็กเล่นกัน(เกิดเหตุ) ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม 2546 และวันที่ 4 ธันวาคม 2546 ซึ่งเป็นการกระทำต่างเวลาต่างกรรมกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · สมยศ เข็มทอง · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายธีรวรรธน์ บั้งทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ3071/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2114/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ896/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4343/2565

ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ. 2534) ออกตามความใน พ.ร.บ.การแล่นแชร์ พ.ศ. 2534 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์ หรือจัดให้การเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8077/2553

การประมูลแชร์เป็นวิธีการหารายได้อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนในการประกอบธุรกิจหรือการอื่นใดที่ต้องใช้เงิน เป็นกิจทั่วไปที่ดำเนินการได้เพื่อให้กิจการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในหนังสือรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6231/2552

ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ไม่ประสงค์ให้นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่งเอาแก่สมาชิกวงแชร์ที่กระทำการฝ่าฝืนมตรา 6 เท่านั้น เพราะมาตรา 7 บัญญัติให้สิทธิแก่ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2551

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์" มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้