Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5595/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์หรือผู้ถือ โจทก์สลักหลังเช็คนำไปขายลดให้แก่บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อเช็คไว้ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คการสลักหลังของโจทก์จึงเป็นเพียงประกันหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อผู้ทรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 921ประกอบด้วยมาตรา 989 โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะค้ำประกันหนี้ตามเช็คของจำเลย เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้แทนจำเลยไปแล้ว ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลย และเข้ารับช่วงสิทธิของผู้ทรงเช็คบรรดามีเหนือจำเลยด้วย กรณีเช่นนี้ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ผู้รับช่วงสิทธิจากผู้ทรงเช็คจะต้องฟ้องร้องภายในกำหนดเวลาเท่าใด สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิมาจากผู้ทรงจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 หาใช่อายุความ 6 เดือน ตามมาตรา 1003 ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาบางขุนเทียน ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๗ สั่งจ่ายเงินสดให้ผู้ถือจำนวน ๒๘,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเงินประทับตราห้างจำเลยที่ ๑นำมาชำระหนี้โจทก์ก่อนเช็คถึงกำหนด โจทก์สลักหลังโอนเช็คดังกล่าวชำระหนี้ให้บุคคลอื่นไป ต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินผู้ทรงจึงนำเช็คมาทางถามโจทก์ โจทก์ชำระเงินตามเช็คให้ผู้ทรงไปแล้วรับโอนเช็คกลับคืนมา โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระเงินตามเช็ค ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท โจทก์สลักหลังเช็คพิพาทโอนชำระหนี้ให้ผู้มีชื่อไปแล้ว เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ก็ไม่ได้ชำระเงินให้ผู้มีชื่อผู้มีชื่อไม่ได้โอนเช็คคืนโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้โจทก์อ้างว่ารับโอนเช็คคืนมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๗ และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๒๘ เมื่อโจทก์เป็นผู้สลักหลังเช็คใช้สิทธิไล่เบี้ยเรียกเงินตามเช็คโดยฟ้องคดีเกิน ๖ เดือนแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวน ๓๔,๒๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็ค๒๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่๙ เมษายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๒,๑๐๐ บาท ให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง มิได้อุทธรณ์เกี่ยวกับฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาในชั้นฎีกาที่ว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์หรือผู้ถือโจทก์สลักหลังเช็คนำไปขายลดให้แก่บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อเช็คไว้ย่อมเป็นผู้ทรงเช็ค การสลักหลังของโจทก์จึงเป็นเพียงประกันหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๒๑ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ตามเช็คของจำเลย เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้แทนจำเลยไปแล้ว ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลย และเข้ารับช่วงสิทธิของผู้ทรงเช็คบรรดามีเหนือจำเลยด้วย กรณีเช่นนี้ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ผู้รับช่วยสิทธิจากผู้ทรงเช็คจะต้องฟ้องร้องภายในกำหนดเวลาเท่าใด

สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิมาจากผู้ทรงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ หาใช่อายุความ ๖ เดือน ตามมาตรา ๑๐๐๓ ไม่ เพราะโจทก์มิใช่ผู้สลักหลังตามความหมายของมาตราดังกล่าว คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชดใช้เงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยยังมีผลผูกพันอยู่ และจำเลยมีหน้าที่ต้องชำระราคา เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการใช้เงินจำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สวิน อักขรายุธ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5547/2537

โจทก์สลักหลังเช็คผู้ถือซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่ายตาม ป.พ.พ. มาตรา 921 ประกอบมาตรา989 จึงอยู่ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ตามเช็คที่จะต้องรับผิดต่อผู้ทรงเท่านั้น หาไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2807/2536

โจทก์บรรยายฟ้องส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทฉบับที่ 1 และที่ 2ว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทฉบับที่ 1 และที่ 2 ตามสำเนาท้ายฟ้อง(แก่ผู้ถือ) แล้วมอบแก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์สลักหลังเช็คดังกล่าวชำระหนี้แก่ผู้ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3506/2528

จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ถือโจทก์ผู้ทรงได้สลักหลังเช็คนั้นโดยมิได้ ระบุข้อความใด ๆไว้แล้วนำไปขายลดให้แก่บุคคลภายนอกผู้รับซื้อเช็คไว้ ย่อมเป็นผู้ทรงการสลักหลังของโจทก์เป็นเพียงประกันหนี้ตามเช็คที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4383/2545

เช็คพิพาทระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินแต่ไม่ได้ขีดฆ่าคำว่าผู้ถือ จึงเป็นเช็คที่สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือด้วย ย่อมโอนได้ด้วยการส่งมอบ ไม่จำต้องสลักหลัง หากมีการสลักหลังเช็คที่สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ประมวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3837/2535

เช็คพิพาทจำเลยสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918,989 การที่โจทก์สลักหลังเช็คพิพาทแล้วนำไปขายลดให้แก่ธนาคารย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้ส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้