Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็ค จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองจึงต้องชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ และรับมอบเช็คจากโจทก์ไปใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้สั่งจ่ายในฐานะที่จำเลยทั้งสองเป็นผู้สลักหลังเช็คและได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองก็หาได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ การที่เช็คขาดอายุความลงจึงเป็นความผิดของจำเลยทั้งสองเอง จำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นว่า สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาซื้อขายหรือเป็นสัญญากู้ยืม จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 วรรคแรกไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพราะวรรคสองของมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า ถ้าผู้ค้ำประกันตกลงด้วยในการผ่อนเวลา ผู้ค้ำประกันหาหลุดพ้นจากความรับผิดไม่ดังนั้น คู่สัญญาจึงอาจตกลงเป็นอย่างอื่นได้ โจทก์ฟ้องขอให้ชำระดอกเบี้ยก่อนฟ้องมาด้วย แต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้กำหนดว่าดอกเบี้ยก่อนฟ้องมิให้เกินกว่าที่โจทก์ขอปัญหาข้อนี้แม้จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำคำขอเป็นลูกค้าประเภทขายลดเช็คแก่โจทก์ในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ยินยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ยินยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 อย่างลูกหนี้ร่วมและจะไม่ถือเอาการที่โจทก์ผ่อนชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากความรับผิด จำเลยที่ 1 นำเช็คของธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด สั่งจ่ายเงินจำนวน 200,000 บาท โดยมีจำเลยทั้งสองสลักหลังแล้วนำมาขายลดเช็คให้แก่โจทก์ โดยสัญญาว่าเมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายหากเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยที่ 1 ยอมใช้เงินจำนวนตามเช็คให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน

โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์บางส่วนเป็นเงิน68,500 บาท คงค้างชำระดอกเบี้ยอีก 127,221.92 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 327,221.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 แม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีข้อตกลงให้โจทก์ผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 ได้ แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่มีผลบังคับ จำเลยที่ 2 หลุดพ้นไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

เช็คที่จำเลยที่ 1 นำไปขายลดให้แก่โจทก์นั้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเมื่อเช็คดังกล่าวธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์หาได้ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่ายไม่ และมิได้มอบเช็คให้จำเลยที่ 2ไปดำเนินคดีแก่ผู้สั่งจ่าย กลับปล่อยระยะเวลาจนล่วงพ้นอายุความและจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน (ผู้สลักหลัง) ก็ขาดสิทธิที่จะฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่ายเพราะขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้ว จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ ซึ่งความรับผิดของจำเลยที่ 1 เป็นไปตามบันทึกการขายลดเช็ค โดยจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกัน

จำเลยทั้งสองจึงต้องชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์และรับมอบเช็คจากโจทก์ไปใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้สั่งจ่ายในฐานะที่จำเลยทั้งสองเป็นผู้สลักหลังเช็คและได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองก็หาได้ชำระหนี้ให้โจทก์และรับเช็คไปใช้สิทธิไล่เบี้ยเรียกเงินที่จำเลยทั้งสองได้ชำระให้แก่โจทก์ไม่ การที่เช็คขาดอายุความลงจึงเป็นความผิดของจำเลยทั้งสองเอง จำเลยทั้งสองจะยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อจะไม่ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คแก่โจทก์หาได้ไม่จำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นว่า สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาซื้อขายหรือเป็นสัญญากู้ยืม จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 วรรคแรก

ไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพราะวรรคสองของมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า "ถ้าผู้ค้ำประกันตกลงด้วยในการผ่อนเวลา ผู้ค้ำประกันหาหลุดพ้นจากความรับผิดไม่" ดังนั้น คู่สัญญาจึงอาจตกลงเป็นอย่างอื่นได้ ข้อตกลงผ่อนเวลาดังกล่าวจึงหาขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่ จำเลยที่ 2 จึงยังต้องรับผิดต่อโจทก์อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ชำระดอกเบี้ยก่อนฟ้องเป็นเงิน127,221.92 บาท แต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้กำหนดว่าดอกเบี้ยก่อนฟ้องมิให้เกินที่โจทก์ขอ ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขพิพากษาแก้เป็นว่า ดอกเบี้ยก่อนฟ้องเมื่อหักดอกเบี้ยจำนวน68,500 บาท ที่จำเลยที่ 1 ชำระให้แก่โจทก์แล้วออกให้คิดได้ไม่เกิน127,221.92 บาท ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2539

โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องสูบน้ำสปริงเกอร์พร้อมท่อและอุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่องยนต์กำลัง จำนวน 13 ชุด จากจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2เป็นผู้ออกสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ให้แก่โจทก์ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2538

โจทก์อ้างสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเป็นพยานเพื่อแสดงข้อเท็จจริงต่อศาลว่าได้มีการทำสัญญาระหว่าง ว. กับจำเลยที่1ไม่ได้อ้างเพื่อแสดงข้อเท็จจริงว่าเป็นใบรับจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1126/2537

ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นใบมอบอำนาจตามประมวลรัษฎากรปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกประเด็นนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นและเพิ่งจะยกขึ้นเป็นข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2537

โจทก์ฎีกาว่า หนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อความว่าผู้ขายได้รับเงินค่าที่ดินไปครบถ้วนแล้ว สัญญาจะซื้อขายที่ดินจึงเป็นใบรับสำหรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และนิติกรรมที่เป็นเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2536

จำเลยให้การว่า เนื่องจากสัญญาขายฝากเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องเสนอค่าสินไถ่เป็นเงินสด โจทก์มิได้ขอปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อตกลงตามสัญญาขายฝากคำให้การดังกล่าวมิได้มีข้อความใดกล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้