Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5608/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้หนี้ของเจ้าหนี้ทั้งหลายที่มีต่อจำเลยจะเป็นหนี้การค้าของบริษัท อ. จำกัด ที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน แต่จำเลยมีฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทดังกล่าว ย่อมเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการบริหารงาน จำเลยย่อมต้องทราบดีถึงศักยภาพในการประกอบธุรกิจของบริษัท การที่บริษัทประกอบการค้าขายขาดทุนจนไม่สามารถชำระหนี้จำนวนมากแก่เจ้าหนี้ได้ ย่อมเป็นเพราะความผิดพลาดหรือประมาทขาดความรอบคอบของจำเลยเอง หลังจากศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้วประมาณ 9 ปี จำเลยจึงไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลยและให้การในชั้นไต่สวนเปิดเผยต่อศาล อันเป็นระยะเวลาก่อนจำเลยยื่นคำร้องขอปลดจากล้มละลายเพียงเล็กน้อยส่อให้เห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์ของตนในการขอปลดจากล้มละลายโดยแท้ยิ่งกว่าประโยชน์ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สิน นับได้ว่ามีเหตุที่ไม่สมควรปลดจำเลยจากล้มละลาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2530 และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2531ต่อมาวันที่ 10 เมษายน 2540

จำเลยยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการทรัพย์สินของจำเลยไปได้พอสมควรแล้ว จำเลยไม่เคยขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปีแล้ว จำเลยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาในต่างประเทศหลายแห่ง มีความรู้ความสามารถพอที่จะช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศได้ ขอให้มีคำสั่งปลดจำเลยจากล้มละลายเจ้าหนี้รายที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท เอ.เอ. จำกัด จำเลยออกเช็คแลกเงินสดไปจากเจ้าหนี้หลายรายเป็นเงินกว่า 100,000,000 บาท แต่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังต่างประเทศก่อนแล้ว จากนั้นได้หลบหนีการถูกดำเนินคดีเช็คไปต่างประเทศ แต่อ้างว่าไปศึกษาต่อเพื่อให้พ้นกำหนดอายุความในคดีอาญาจำเลยได้เตรียมการให้โจทก์ซึ่งเป็นบิดาสามีน้องสาวของจำเลยฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้มาตั้งแต่แรก ซึ่งศาลได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์

แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่สุจริต โดยมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รวม 22 ราย ศาลอนุญาตให้รับชำระหนี้เป็นเงิน 131,038,806.60 บาท แต่รวบรวมทรัพย์สินและแบ่งจ่ายให้เจ้าหนี้ได้เพียง 7,462,738.40 บาท เท่ากับร้อยละ 6 การที่จำเลยถ่ายเททรัพย์สินไปต่างประเทศกับหลบหนีการถูกดำเนินคดีเช็ค และไปศึกษาต่อโดยอาศัยเงินได้จากการทุจริตเจ้าหนี้ทั้งหลาย พฤติการณ์แสดงให้เห็นถึงความไม่สุจริตของจำเลย ขอให้ยกคำร้องเจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหนี้รายที่ 4 เป็นเจ้าหนี้จำเลยจำนวน 79,047,623.30 บาท แต่ได้รับส่วนเฉลี่ยชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยเพียงร้อยละ 6 เป็นเงิน 4,742,857.40 บาท จำเลยไม่เคยให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมทรัพย์สินออกขายทอดตลาด แต่เจ้าหนี้รายที่ 4 เป็นผู้ดำเนินการเอง

จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เอ.เอ. จำกัด ซึ่งถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายปัจจุบันจำเลยประกอบการค้าเพชรพลอยใช้ชื่อร้านว่า เจ.แอนด์ เอ.จิวเวอรี่ แต่เจ้าหนี้ไม่สามารถรวบรวมทรัพย์สินในกิจการดังกล่าวได้ และได้รับความเสียหายมาก จำเลยไม่เคยยื่นคำขอประนอมหนี้ ไม่เคยส่งงบดุลแสดงบัญชีกำไรขาดทุนของบริษัท เอ.เอ. จำกัด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่ยอมปลดจำเลยจากล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 72จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลาย วินิจฉัยว่า "การปลดจากล้มละลายนอกจากมีผลให้จำเลยพ้นจากสภาพการเป็นบุคคลล้มละลายมีสิทธิเข้าจัดการทรัพย์สินและกิจการของตนได้โดยไม่ต้องถูกจำกัดตัดสิทธิตามกฎหมายล้มละลายต่อไปแล้ว

ยังทำให้จำเลยหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระหนี้ได้ในคดีล้มละลายนั้นด้วย การปลดจากล้มละลายจึงเป็นการให้โอกาสจำเลยได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไร้หนี้สินดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม แต่หลักเกณฑ์การที่ศาลจะมีคำสั่งปลดจากล้มละลายหรือไม่อย่างไรนั้นจะต้องพิจารณาว่าปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใดดังบัญญัติไว้ในมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 หรือไม่แล้วจึงมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างตามมาตรา 72(1) ถึง (4)คดีนี้แม้จำเลยจะมีการศึกษาสูงโดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและตกเป็นบุคคลล้มละลายมาเป็นเวลาประมาณ 11 ปี แล้ว แต่ปรากฏจากรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่ามีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยรวม 22 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 320,732,044.75 บาท

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดและดำเนินการแบ่งครั้งที่ 1ให้บรรดาเจ้าหนี้แต่ละรายเฉลี่ยได้เพียงร้อยละ 6 คดีอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สิน ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สินหรือรายได้อื่นใดอีกจากรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าว แม้รับฟังได้ดังที่จำเลยอ้างว่าหนี้เหล่านี้ล้วนแต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการค้าของบริษัท เอ.เอ. จำกัดที่จำเลยได้เข้าเป็นผู้ค้ำประกัน แต่จำเลยมีฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนบริษัทได้เช่นเดียวกับนายยนต์ อัศวะธนกุล และนางอมรา อัศวะธนกุล บิดาและมารดาจำเลย จำเลยจึงเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการบริหารงานของบริษัท

เอ.เอ.จำกัด และปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยว่า ระหว่างปี 2526 ถึง ปี 2529จำเลยเป็นผู้ติดต่อหมุนเวียนวงเงินของบริษัท เอ.เอ. จำกัด กับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเชีย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 1 และจำเลยได้ทำสัญญาขายลดเช็คในนามของบริษัท เอ.เอ. จำกัด แก่เจ้าหนี้รายที่ 1ตามเอกสารหมายเลข 1 ท้ายคำคัดค้านการขอปลดจากล้มละลายของเจ้าหนี้รายดังกล่าว จึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้เข้าเกี่ยวข้องและบริหารงานของบริษัท เอ.เอ.จำกัด ด้วย หาใช่ว่านายยนต์และนางอมราเป็นผู้ดำเนินการบริหารแต่เพียงลำพังโดยจำเลยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลยดังที่จำเลยอ้างในฎีกา ดังนั้น จำเลยในฐานะผู้บริหารงานของบริษัท เอ.เอ. จำกัด ย่อมต้องทราบดีถึงศักยภาพในการประกอบธุรกิจของบริษัทดังกล่าวว่าสามารถนำเงินที่กู้ยืมไปลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนเพียงพอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้หรือไม่

เมื่อบริษัทเอ.เอ. จำกัด ค้าขายขาดทุนจนไม่สามารถชำระหนี้จำนวนมากแก่เจ้าหนี้ได้ย่อมเป็นเพราะความผิดพลาดหรือประมาทขาดความรอบคอบของจำเลยเองการที่จำเลยและบริษัท เอ.เอ. จำกัด มีทรัพย์สินเหลือไม่ถึงห้าสิบในร้อยของหนี้ที่ไม่มีประกัน จึงไม่ใช่ผลธรรมดาอันเนื่องมาจากการค้าขาดทุนและไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่เป็นเพราะความผิดพลาดในการบริหารงานของจำเลยมากกว่า อันควรตำหนิจำเลยทั้งจำเลยไม่อาจแสดงให้เป็นที่พอใจต่อศาลได้ว่าจำเลยมีเหตุผลที่ควรเชื่อได้ว่า หากบริษัท เอ.เอ. จำกัด ไม่ชำระหนี้ จำเลยสามารถชำระหนี้แทนได้ จำเลยจึงได้ยอมก่อหนี้ตามสัญญาค้ำประกันขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังปรากฏว่าเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยและของบริษัท

เอ.เอ. จำกัด เด็ดขาดแล้ว จำเลยมิได้ไปยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลยและบริษัท เอ.เอ. จำกัด ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อได้มีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกแล้ว จำเลยก็มิได้ไปให้ศาลไต่สวนจำเลยโดยเปิดเผยเป็นการด่วน เพื่อทราบถึงกิจการและทรัพย์สินของจำเลยและของบริษัท เอ.เอ. จำกัด เหตุผลที่ทำให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ตลอดจนความประพฤติและการดำเนินกิจการของจำเลยและบริษัท เอ.เอ. จำกัดว่าได้กระทำหรือละเว้นกระทำการใด ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 หรือตามกฎหมายอื่นเกี่ยวกับล้มละลาย หรือเป็นข้อบกพร่องอันจะเป็นเหตุให้ศาลไม่ยอมปลดจากล้มละลายโดยไม่มีเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 30, 42 ทั้งที่ปรากฏภายหลังจากคำเบิกความของจำเลยว่าบริษัท เอ.เอ. จำกัด มีเครือข่ายที่จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในต่างประเทศ เช่น ที่มลรัฐฮาวาย นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาเมืองฮ่องกงและมีการโอนเงินของบริษัท เอ.เอ. จำกัด ไปยังบริษัทเครือข่ายในต่างประเทศด้วย ตลอดทั้งเมื่อบริษัทเครือข่ายดังกล่าวไม่ชำระหนี้แก่บริษัทเอ.เอ. จำกัด จำเลยก็มิได้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกหนี้สินคืน นอกจากนี้จำเลยในฐานะผู้บริหารงานของบริษัท เอ.เอ. จำกัด ก็ไม่เคยส่งงบดุลแสดงบัญชีกำไรขาดทุน ตลอดจนสต็อกสินค้าให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินแต่อย่างใด จนกระทั่งหลังจากศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้วประมาณ 9 ปี

จำเลยจึงไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลยในวันที่ 14 มิถุนายน2539 และให้การในชั้นไต่สวนเปิดเผยต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์2540 อันเป็นระยะเวลาก่อนจำเลยยื่นคำร้องขอปลดจากล้มละลายเพียงเล็กน้อยส่อให้เห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์ของตนในการขอปลดจากล้มละลายโดยแท้ยิ่งกว่าประโยชน์ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งปวงโดยสุจริต ดังนั้น พฤติการณ์ของจำเลยทั้งก่อนและหลังล้มละลายจึงส่อให้เห็นไปในทางไม่สุจริตหลายประการข้อเท็จจริงต้องด้วยข้อกำหนดตามมาตรา 73(1) และ (3) ประกอบกับเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 4 คัดค้านการขอปลดจากล้มละลายของจำเลย จึงนับว่ามีเหตุที่ไม่สมควรปลดจำเลยจากล้มละลาย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · จำลอง สุขศิริ · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้