Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56139)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับฎีกา บัดนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่มีความประสงค์ ที่จะต่อสู้คดีในชั้นฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา และโปรดออก หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(7)(8) วรรคสามที่แก้ไขแล้วประกอบ มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 ปี 6 เดือน คำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสี่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ คนละ 2 ปี 12 เดือน คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 77)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 82)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 83)คำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 284/2536พนักงานอัยการจังหวัดเลยโจทก์นายสรรเสริญ ปานเครือ กับพวกจำเลยนายโกศล นพคุณ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายวาสนา ชูเลิศ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 224, ม. 245ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับฎีกา บัดนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่มีความประสงค์ ที่จะต่อสู้คดีในชั้นฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา และโปรดออก หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(7)(8) วรรคสามที่แก้ไขแล้วประกอบ มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 ปี 6 เดือน คำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสี่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ คนละ 2 ปี 12 เดือน คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 77)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 82)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 83)คำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61396)

ความว่า คดีนี้ทนายจำเลยได้ยื่นฎีกา จำเลยประสงค์ขอถอนฎีกาเพื่อจำเลยจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ โปรดอนุญาตและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยถือเอาวันที่ 19 พฤศจิกายน 2530 เป็นวันที่คดีถึงที่สุดให้จำเลยด้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61243)

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไว้ แต่เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษพ.ศ. 2530 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2530 เป็นต้นไปจำเลยจึงขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2585/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่า คำพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยมีอาวุธปืนหรือโดยใช้มีดเป็นอาวุธตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้