Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5615/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีกำหนดระยะเวลา 12 เดือน แต่คู่กรณีมีการเดินสะพัดทางบัญชีครั้งสุดท้ายก่อนครบกำหนดดังกล่าว หลังจากนั้น มีแต่การคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนตลอดมา ทั้งยอดหนี้ในวันครบกำหนดสัญญาก็มีจำนวนสูงกว่าที่ตกลงไว้ในสัญญาประกอบกับหลังจากสัญญาครบกำหนดแล้วไม่ปรากฏว่ามีการเดินสะพัดทางบัญชีกันอีก แสดงว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้ถือว่าสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีสิ้นสุดลงในวันครบกำหนดตามสัญญาแม้จะมีข้อตกลงกันว่า เมื่อครบกำหนด 12 เดือน ไม่มีการต่ออายุสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเป็นหลักฐานหนังสือกำหนดเวลากันใหม่คู่กรณีตกลงกันให้มีการเบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญาต่อไปอีกคราวละ6 เดือน ตลอดไป ก็หาทำให้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งสิ้นสุดไปแล้วกลับมีผลเป็นการต่ออายุสัญญาไม่ โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้จนถึงวันครบกำหนดตามสัญญาเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน 1,000,000 บาทจากบัญชีกระแสรายวันซึ่งจำเลยเบิด*บัญชีไว้กับโจทก์ มีกำหนดเวลา12 เดือน ดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 19 ต่อปี จำเลยที่ 2 และที่ 3ได้ทำสัญญาค้ำประกันและจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจำนองเป็นประกันด้วย จำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินเกินบัญชีและนำเงินเข้าบัญชีหักทอนบัญชีในบัญชีเดินสะพัดตลอดมา ครั้งสุดท้ายจำเลยที่ 1ได้นำเช็คเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2528 จำเลยที่ 1คงเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน 1,270,361.01 บาท ต่อมาโจทก์ได้ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 15 ต่อปี ตั้งแต่วันที่5 มีนาคม 2529 จำเลยที่ 1 ขาดการติดต่อ

โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 8 กันยายน 2530 บอกเลิกสัญญา ให้ชำระหนี้และบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยทั้งสามให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน จำเลยทั้งสามก็ไม่ชำระ โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีไม่ทบต้นจากต้นเงิน2,431,737.25 บาท นับจากวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530 ถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 56,962.62 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,488,699.87 บาทขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,488,699.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 2,431,737.25 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ให้บังคับเอาจากทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบถ้วนจำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้น

พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน1,493,434.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2529 จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2529 ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวโดยไม่ทบต้นจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,367,725.78 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีโดยวิธีทบต้นตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2528 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม2528 ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยธรรมดาอัตราร้อยละ 19 ต่อปีไม่ทบต้นจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2529 และอัตราร้อยละ 17 ต่อปี

นับแต่วันที่2 มกราคม 2529 จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2529 และอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้องสิ้นสุดลงเมื่อใดและโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ถึงเมื่อใด เห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์เป็นข้อตกลงที่จะให้มีบัญชีเดินสะพัดต่อกันมีกำหนด 12 เดือนนับแต่วันที่17 ธันวาคม 2527 ครบกำหนดวันที่ 17 ธันวาคม 2528 แต่ก่อนครบกำหนดสัญญาคือหลังจากวันที่ 19 กรกฎาคม 2528 เป็นต้นไป ก็ไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชีกระแสรายวันอีกต่อไป คงมีแต่รายการคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนตลอดมา ทั้งยอดหนี้ในวันครบกำหนดสัญญาก็มีจำนวนสูงกว่าที่ตกลงไว้ในสัญญาประกอบกับหลังจากสัญญาครบกำหนดแล้วไม่ปรากฏว่ามีการเดินสะพัดทางบัญชีอันแสดงว่าโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1เบิกเงินเกินบัญชีต่อไปอีก

ส่วนจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่นำเงินส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือหลังจากหักทอนบัญชีแล้วมาชำระแก่โจทก์พฤติการณ์แสดงว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้ถือว่าสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเป็นอันสิ้นสุดลงในวันที่ 17 ธันวาคม 2528 อันเป็นวันครบกำหนดตามสัญญาแล้ว เช่นนี้แม้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจะระบุว่า เมื่อครบกำหนด 12 เดือนแล้ว ไม่มีการต่ออายุสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเป็นหลักฐานหนังสือกำหนดเวลากันใหม่ คู่กรณีตกลงกันให้มีการเบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญาต่อไปอีกคราวละ 6 เดือนตลอดไปก็ตาม ข้อสัญญาดังกล่าวมุ่งหมายในกรณีที่ยังมีการเดินสะพัดทางบัญชีเท่านั้นจึงหาทำให้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งสิ้นสุดลงแล้วกลับมีผลเป็นการต่ออายุสัญญาไม่ ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้จนถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2528 อันเป็นวันครบกำหนดตามสัญญาเท่านั้นหลังจากนั้นโจทก์หามีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยอาศัยข้อตกลงตามสัญญาอีกต่อไปไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้