Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56152)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1ที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้นจำเลยฎีกาว่า จำเลยส่งมอบเอกสารหมาย จ.1-จ.77 ให้ นายประสพโชค ไปดำเนินการ และจำเลยไม่ทราบหรือเกี่ยวข้องในการปลอมเอกสารนั้น ขัดกับ ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นการโต้เถียง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,184,264 และ 268 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 264 เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น จำคุก 1 ปี ข้อหา ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมให้ลงโทษตาม มาตรา 228 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 264 กระทงเดียว ตามมาตรา 228 วรรคสอง จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 30)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 กระทง กระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยฎีกาในข้อ 2.1 ว่า จำเลยเพียง แต่ส่งมอบเอกสารหมาย จ.1 ถึงจ.77 ให้แก่นายประสพโชค เพื่อนำไปดำเนินการตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินเท่านั้น โดยจำเลยมิได้ร่วมกระทำผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ด้วยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกา ข้อ 2.2 และ 2.3เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 523/2536นางสุวรดา เหมเภตราหรือรอบกุลเจริญโจทก์นางสาวมุกดา นิติทูลเทพกูลจำเลยนางสาวมุกดา นิติทูลเทพกูล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1ที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้นจำเลยฎีกาว่า จำเลยส่งมอบเอกสารหมาย จ.1-จ.77 ให้ นายประสพโชค ไปดำเนินการ และจำเลยไม่ทราบหรือเกี่ยวข้องในการปลอมเอกสารนั้น ขัดกับ ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นการโต้เถียง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,184,264 และ 268 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 264 เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น จำคุก 1 ปี ข้อหา ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมให้ลงโทษตาม มาตรา 228 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 264 กระทงเดียว ตามมาตรา 228 วรรคสอง จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 30)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 กระทง กระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี

จำเลยฎีกาในข้อ 2.1 ว่า จำเลยเพียง แต่ส่งมอบเอกสารหมาย จ.1 ถึงจ.77 ให้แก่นายประสพโชค เพื่อนำไปดำเนินการตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินเท่านั้น โดยจำเลยมิได้ร่วมกระทำผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ด้วยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกา ข้อ 2.2 และ 2.3เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · ประดิษฐ์ เอกมณี · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้