Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56179)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วแต่เนื่องจากยอดหนี้รวมตามคำพิพากษาศาลฎีกากับ รายละเอียดหนี้แต่ละรายการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมาเป็นรายการ แล้วนำทุกรายการมารวมกัน ยอดหนี้รวมกับยอดหนี้ที่ ศาลฎีการวมมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เมื่อนำยอดหนี้ ที่ถูกต้องแท้จริงตามคำพิพากษาศาลฎีกายอดที่ถูกควรเป็น 337,902 บาท เมื่อหักกลบลบหนี้กับเงินที่จำเลยนำฝาก เข้าบัญชีโจทก์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาหน้า 25 บรรทัดที่ 1 เป็นเงิน 201,466.96 บาท จำเลยจึงคงต้องรับผิดชดใช้ แก่โจทก์เป็นเงิน 136,935.04 บาท ดังนั้นยอดหนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถูกต้องที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ เป็นเงิน 136,435.04 บาท มิใช่ 36,435.04 บาท โปรด อธิบายความในคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 201)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน186,352.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินของจำเลยตามฟ้องให้จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน36,435.04 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (23 สิงหาคม 2538) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 193)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าโจทก์ ออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยเป็นค่าซื้อที่ดิน 120,000 บาท ค่าซื้อวัสดุก่อสร้าง 41,390 บาท ค่าช่างไม้ 3,500 บาท ค่าช่างปูน 2,000 บาท ค่าสีทาบ้าน 5,620 บาท ค่าติดตั้ง น้ำประปา 2,000 บาท ค่าอุปกรณ์ไฟฟ้า 1,500 บาท ค่ารักษาพยาบาลภริยาจำเลย 7,095 บาท ค่าซื้อสินค้า ไปต่างประเทศ 56,507 บาท ค่าเงินกู้ 98,290 บาท ส่วนจำเลย นั้นได้โอนเงินเข้าบัญชีโจทก์ 201,466.96 บาท ตามคำวินิจฉัยดังกล่าวเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่าย แทนจำเลยทุกรายการรวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 337,902 บาท ที่คำพิพากษาระบุว่ารวมเป็นเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่าย แทนจำเลยทั้งสิ้น 237,902 บาท จึงเป็นการผิดพลาดในการ บวกจำนวนเงิน เมื่อนำเงินที่จำเลยโอนเข้าบัญชีโจทก์จำนวน201,466.96 บาท มาหักกลบลบหนี้กับจำนวนเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่ายแทนจำเลยดังกล่าวแล้ว จะเหลือเงินที่จำเลยต้อง รับผิดชดใช้ต่อโจทก์ทั้งสิ้น 136,435.04 บาท ที่คำพิพากษาระบุจำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ต่อโจทก์เป็นเงิน36,435.04 บาท จึงเป็นการผิดพลาด ข้อผิดพลาดดังกล่าว มาแล้วทั้งหมด ถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย เพราะเกิดจากการบวกลบจำนวนเงินผิดพลาด ศาลฎีกา จึงมีอำนาจก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะมิใช่เป็นการแก้ไข คำวินิจฉัยในคำพิพากษาแต่อย่างใด อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 จึงมี คำสั่งให้แก้จำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ต่อโจทก์ จากที่ระบุในคำพิพากษาจำนวน 36,435.04 บาท เป็น 136,435.04 บาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 731/2536นายวิศิษฐ์ นวบัณฑิตโจทก์นายชาญ มีทรัพย์จำเลยนายวิศิษฐ์ นวบัณฑิต โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 143ความว่า คดีนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วแต่เนื่องจากยอดหนี้รวมตามคำพิพากษาศาลฎีกากับ รายละเอียดหนี้แต่ละรายการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมาเป็นรายการ แล้วนำทุกรายการมารวมกัน ยอดหนี้รวมกับยอดหนี้ที่ ศาลฎีการวมมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เมื่อนำยอดหนี้ ที่ถูกต้องแท้จริงตามคำพิพากษาศาลฎีกายอดที่ถูกควรเป็น 337,902 บาท เมื่อหักกลบลบหนี้กับเงินที่จำเลยนำฝาก เข้าบัญชีโจทก์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาหน้า 25 บรรทัดที่ 1 เป็นเงิน 201,466.96 บาท จำเลยจึงคงต้องรับผิดชดใช้ แก่โจทก์เป็นเงิน 136,935.04 บาท ดังนั้นยอดหนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถูกต้องที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ เป็นเงิน 136,435.04 บาท มิใช่ 36,435.04 บาท โปรด อธิบายความในคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 201)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน186,352.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินของจำเลยตามฟ้องให้จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน36,435.04 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (23 สิงหาคม 2538) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 193)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าโจทก์ ออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยเป็นค่าซื้อที่ดิน 120,000 บาท ค่าซื้อวัสดุก่อสร้าง 41,390 บาท ค่าช่างไม้ 3,500 บาท

ค่าช่างปูน 2,000 บาท ค่าสีทาบ้าน 5,620 บาท ค่าติดตั้ง น้ำประปา 2,000 บาท ค่าอุปกรณ์ไฟฟ้า 1,500 บาท ค่ารักษาพยาบาลภริยาจำเลย 7,095 บาท ค่าซื้อสินค้า ไปต่างประเทศ 56,507 บาท ค่าเงินกู้ 98,290 บาท ส่วนจำเลย นั้นได้โอนเงินเข้าบัญชีโจทก์ 201,466.96 บาท ตามคำวินิจฉัยดังกล่าวเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่าย แทนจำเลยทุกรายการรวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 337,902 บาท ที่คำพิพากษาระบุว่ารวมเป็นเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่าย แทนจำเลยทั้งสิ้น 237,902 บาท จึงเป็นการผิดพลาดในการ บวกจำนวนเงิน เมื่อนำเงินที่จำเลยโอนเข้าบัญชีโจทก์จำนวน201,466.96 บาท มาหักกลบลบหนี้กับจำนวนเงินที่โจทก์ออกทดรองจ่ายแทนจำเลยดังกล่าวแล้ว

จะเหลือเงินที่จำเลยต้อง รับผิดชดใช้ต่อโจทก์ทั้งสิ้น 136,435.04 บาท ที่คำพิพากษาระบุจำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ต่อโจทก์เป็นเงิน36,435.04 บาท จึงเป็นการผิดพลาด ข้อผิดพลาดดังกล่าว มาแล้วทั้งหมด ถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย เพราะเกิดจากการบวกลบจำนวนเงินผิดพลาด ศาลฎีกา จึงมีอำนาจก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะมิใช่เป็นการแก้ไข คำวินิจฉัยในคำพิพากษาแต่อย่างใด อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 จึงมี คำสั่งให้แก้จำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ต่อโจทก์ จากที่ระบุในคำพิพากษาจำนวน 36,435.04 บาท เป็น 136,435.04 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2568

ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719899)

โจทก์ที่ 6 พิมพ์ชื่อสกุลโจทก์ที่ 6 ในคำฟ้องจาก "จิร" ผิดพลาดเป็น "จิระ" มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลจะมีคำสั่งแก้ไขตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 โจทก์ที่ 6 ชอบที่จะย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ณ วันที่ 20 มีนาคม 2552 จำเลยมีหนี้ค้างชำระการใช้บัตรเครดิตแก่โจทก์จำนวน 200,042.17 บาท ซึ่งจะต้องชำระภายในวันที่ 9 เมษายน 2552 โจทก์ได้ทวงถามแล้วแต่จำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องชำระให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3929/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นแรกที่ว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 หรือไม่ โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 จากนั้นได้วินิจฉัยในประเด็นที่สองว่า จำเลยทั้งสองต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้