Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56185)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งคัดค้านการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.1 ของโจทก์เป็นเอกสารที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนเงินจากที่จำเลยทั้งสองตกลงกู้ และคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดรวมเข้ากับ เงินต้นจริง ๆ สัญญากู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.1 มีลักษณะ เป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลบังคับให้จำเลย ทั้งสองต้องรับผิด ซึ่งเป็นการตีความลักษณะของเอกสาร ว่าเป็นเอกสารที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และทำให้โจทก์ มีอำนาจฟ้องหรือไม่แม้จำเลยทั้งสองมิได้เขียนประโยคว่าโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องลงไว้ในฎีกาก็ตาม แต่ข้อความโดยรวม ทั้งหมดแล้วเท่ากับว่าจำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยอาศัยสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ดังนั้นจึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้ได้มีการฟ้องก่อนที่จะบังคับ ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ ในกรณีนี้คดีของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 136,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 78,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (25 กันยายน 2533)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันชำระแทน คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งการพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาจะต้องบังคับตามกฎหมายในขณะที่มีการยื่นฎีกา คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2ฟังข้อเท็จจริงว่าเอกสารหมาย จ.1 ใช้บังคับได้ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาให้ศาลรับฟังตามพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสอง ว่า เอกสารหมาย จ.1 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลบังคับ จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้วให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่ชำระเกินมา 160 บาท ให้แก่ จำเลยทั้งสองด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 753/2536ห้างหุ้นส่วนจำกัดลิ้มเม่งจั้วโจทก์นายแก้ว แก้วตัน กับพวกจำเลยนายแก้ว แก้วตัน ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายธวัช มายาง ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งคัดค้านการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.1 ของโจทก์เป็นเอกสารที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนเงินจากที่จำเลยทั้งสองตกลงกู้ และคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดรวมเข้ากับ เงินต้นจริง ๆ สัญญากู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.1 มีลักษณะ เป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลบังคับให้จำเลย ทั้งสองต้องรับผิด ซึ่งเป็นการตีความลักษณะของเอกสาร ว่าเป็นเอกสารที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และทำให้โจทก์

มีอำนาจฟ้องหรือไม่แม้จำเลยทั้งสองมิได้เขียนประโยคว่าโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องลงไว้ในฎีกาก็ตาม แต่ข้อความโดยรวม ทั้งหมดแล้วเท่ากับว่าจำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยอาศัยสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ดังนั้นจึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้ได้มีการฟ้องก่อนที่จะบังคับ ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ ในกรณีนี้คดีของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 136,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 78,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (25 กันยายน 2533)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันชำระแทน คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งการพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาจะต้องบังคับตามกฎหมายในขณะที่มีการยื่นฎีกา คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2ฟังข้อเท็จจริงว่าเอกสารหมาย จ.1 ใช้บังคับได้ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาให้ศาลรับฟังตามพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสอง ว่า เอกสารหมาย จ.1 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลบังคับ จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้วให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่ชำระเกินมา 160 บาท ให้แก่ จำเลยทั้งสองด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้